แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลี้ยงแฮมส์เตอร์ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การเลี้ยงแฮมส์เตอร์ แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ทำไปได้ยังไง? นั่นมันลูกของเธอนะวิศนี Canibalism Hamster

หลังตัดกลับจากโฆษณา


เพลงประกอบตื่นเต้นแลดูลึกลับ เบลอภาพเทียนสั่นไหว ฉากหลังเป็นกระบะเพาะที่พำนักของแฮมส์เตอร์สาวสะพรั่ง Winter White สีโกลเด้นตาดำ วิศนี  ทายาทของ อำนวย แฮมส์เตอร์ลายจุดเจ้าของธุรกิจอาหารแมว
 













บรรยากาศหม่นมัว  ดูไม่เป็นมิตร วิศนี นั่งจุมปุ้ก มือขนของเธอลูบท้องป้อย ย้ิอนรำลึกถึงอดีตคืนวัน
อันแสนขมขื่นที่เธอไม่อาจลืมมันได้เลย เมื่อ 3 สัปดาห์ก่อน



ในคืนบรรยากาศมาคุ ฝนพรำในหน้าร้อน เสียงฟ้าร้องในคืนนั้น มันทำให้เธอไม่อาจจะลืม
วันที่เธอตกเป็นของ อารุม ชายหนุ่มสีนอม่อล ลูกน้องในบริษัทอาหารแมวของพ่อของเธอ


เจ็บเหลือเกิน เธอร้องครวญเสียงแหลม
ดูเหมือนว่าจอลลี่แบร์น้อยๆ ในท้องนั้นทนรอที่จะสูดอากาศบนโลกมนุษย์นี้ไม่ไหว
จึงเริ่มตะกุยตะกาย

ในท้องที่อุ้มชีวิตเหล่านั้นเอาไว้ เธอไำม่พร้อมเลย วิศนีหลั่งน้ำตา เธอกังวลเหลือเกิน
ความเครียดถาโถมรุมล้อม  จากสารพันปัญหา ที่เธอไม่สามารถบอกให้ใครรู้ได้

ได้แต่เพียงเก็บมันเอาไว้.......จนสายเกินไป

เสียงฟ้าร้องดังครืนรอบทิศ  รอบตัวเธอนั้น ทุกอย่าง บีบคั้นเธอจนสุดจะบรรยาย

ไม่ไหว สุดที่จะต้าน

วิศนีกลั้นใจเบ่งเอา บุตรตาบอดตัวแดง ของเธอออกมา ทีละตัว 1 2 ....3

ระยะเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่แน่ใจ เธอแทบหมดแรงกำัลัง แต่ยังไม่พอ

ยังมีหัวใจดวงเล็ก รอที่จะออกมาชมโลกต่อจากพี่ๆ

4....5...และสุดท้าย
เหมือนปลดเปลื้องทุกอย่าง... บุตรสีแดงสดไร้ขนตาปูดปิด ตัวที่ 6
เธอถอนหายใจยาว อย่างเจ็บปวด และ หลับไปด้วยความอ่อนแรง
...................................
.....................
........

ภาพตัดมาที่ อำนวยและลูกชายของเขา ที่กำลังครุ่นคริดและปั่นจักรอย่างเมามัน

"พ่อ" อารุมหันมาเรียก "วิศนีเขาจะไหวหรือเปล่า" ลมหายใจของอารุมถี่ขึ้นตามความเร็วของจักร

แกร่กๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ   "อยู่ที่บุญแล้วล่ะ" พ่อส่ายหน้าหนวดกระดิก พลางถอนหายใจ

"ผมไม่ไหวแล้ว ผมจะไปดูวิศนี ที่บ้านเย็น" อารุมคำรามโฮกและกระโดดผลอยข้ามหัวผู้พ่อ วิ่งดุ้กดิ้กตรงไปที่บ้านเย็น ที่วิศนีกำลังกกลูกน้อยอยู่  สุดทานที่อำนวยร้องจี้ดห้ามได้ทัน

.........................แคว่ก เศษไฮด์แอ่นด์ซีกที่นำมาทำทางเข้ากระจุยกระจายตามแรงขบของอารุม สภาพในบ้านเย็นมืดสนิท มองไม่เห็นแม้แต่เล็บเท้า

"คุณอยู่ไหน วิศนี "

"............"

"วิศสะนี้ยยยยยยยยยยยยยยยจี้ด!"

"..........กุ่กกั่กๆ"

"นั่นคุณหรือเปล่า วิศนี? ตอบผมสิ"

 ไร้การตอบสนอง.........
 
".....จั่บจั้บ ง่ำ ง่ำ"

!!! เสียงอะไรนั่น

หลอดนีออนบนเพดานเหนือกล่องเพาะสว่างวาบ  อารุมแทบไม่เชื่อในสิ่งที่เขาเห็น
ขนกลางหลังสีน้ำตาลเข้มของเขาชันลุกซุ่

คุณพระ!! วิศนีนั่นคุณกำลังทำอะไร  โอ้ว ไม่นะ  ม๊ายยยยยยย   อารุมตกใจจนออกสาว

ภาพที่เขาเห็นมันช่างสยดสยองและผวาจนจับขั้ว

วิศนี มือชุ่มไปด้วยเลือด ในมือของเธอถือเอาร่างไร้วิญญาณของจอลลี่แบร์น้อย

กัดกร้วม เลือดสดๆแดงฉานไปทั่วเบดดิ้ง เสียงขบจั่บจั้บ อย่างเลือดเย็น

เธอเคี้ยวกินลูกน้อยของตัวเอง ทีละตัว ทีละตัว

อารุม ที่ตกตะลึงก็ไม่รอช้า คว้าตัวที่ยังเหลือกัดขาดสองท่อน เลือดสะบัดเปรอะผนังกล่องเพาะทั่วบริเวณ
 
จนในที่สุด .......... หลังฝนซา...

ไม่มีจอลลี่แบร์แดงดุกดิก ในกล่องเพาะนั้นอีก

ทิ้งไว้ก็แต่คำถามให้ผู้ชม ได้ขบคิด

ทำไม  วิศนี กับอารุม ถึงกินลูกตัวเองล่ะ?  โหดร้ายยยยยยยยย

ภาพเฟดมืด......







ละครจบแล้ว มารับชมข้อมูลกันดีกว่า

ก่อนจะไปถึงคำตอบของคำถามที่ว่า ทำไมแฮมส์เตอร์ ถึงกินลูกของตัวเอง

เรามาพูดกันเรื่องพฤติกรรมของการกินของแฮมส์เตอร์กันก่อน
สังเกตไหมครับว่า แฮมส์เตอร์นั้น กินอาหารได้ค่อนข้างสารพัน วาไรตี้ ให้อะไรก็กิน

จนมันกลายเป็นความเชื่อว่ากินอะไรก็ไ้ด้ เพราะสาเหตุข้างต้น ซึ่งผิดนะครับ มีหลายอย่างให้แฮมส์เตอร์กินไม่ได้นะครับ (ขอแยกเขียนในเรื่องอาหารโดยเฉพาะเพราะยาวมาก)

ในธรรมชาติ การช้อปปิ้งหาอาหารของเขานั้น มีเวลาจำกัด คือเฉพาะช่วงเวลากลางคืน
ทำให้ไม่ค่อยมีตัวเลือกให้มากนัก เจออะไรกินได้ก็กินหมด แมลง หนอน พืช สัตว์เล็กกว่า
เรียกพฤติกรรมการกินแบบนี้ว่า Omnivorous คือกินได้หมดทั้งพืชและสัตว์(กินพืช+เนื้อ)

และด้วยลำดับของห่วงโซ่ ที่เป็น ผู้ถูกล่า หรือ Crepuscular ซึ่งจะแปรสภาพเป็นอาหารน่ารัก
สำหรับนักล่าหลายชนิด ถ้าไม่ระวังตัว
ทำให้นิสัยของเขา เพื่อการเอาตัวรอดที่ติดตัวมา ก็คือ การระแวดระวัง หรือขี้ตกใจมาก


พฤติกรรมการกินลูกหรือกินพวกเดียวกันเอง หรือ Cannibalism  

นั่นคือนิสัยการระวังภัยอย่างนึงที่เกิดขึ้น ในระหว่างที่คลอดบุตร ซึ่งมีหลายสาเหตุประกอบกัน

จนทำให้ตัวแฮมส์เตอร์รู้สึก อันตราย ไม่ปลอดภัย หวาดกลัวต่อสิ่งเร้ารอบตัว ก็จะทำการกำจัด(กิน)ลูกของตัวเองเพื่อความปลอดภัย

รักษาตัวเอง อยู่ต่อเอาชีวิตรอดเพื่อจะได้คลอดใหม่ในอีก ไม่ถึงหนึ่งเดือนข้างหน้า......


ขอแยกส่วนถึงสาเหตุของการกินลูกในที่เลี้ยงออกเป็นข้อ ๆ ซึ่งแต่ละปัจจัยที่ไปกระตุ้นให้ตัวเขาเกิดความเครียดสะสม จนแสดงออกมาด้วยการไม่เลี้ยงลูก หรือกินลูกของตัวเองตามมา



- สถานที่เลี้ยง  จุดวางกรง อยู่ในจุดที่มีสิ่งเคลื่อนไหวอยู่ตลอดหรือไม่ (ทางเดิน)  คน หมา แมว สัตว์เลี้ยง อื่น ๆ  แฮมส์เตอร์ เป็นสัตว์ที่สายตาแย่มาก(สายตาสั้น และมองเห็นแค่สีขาวดำแบบหมา) สิ่งเคลื่อนไหวไปมาขนาดใหญ่กว่าเขา ในธรรมชาติ คือสัตว์นักล่าและมาเพื่อหาอาหาร นั่นจึงทำให้เครียดเพราะหวาดกลัวครับ





-สภาพอากาศ สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ ร้อนมาก หรือ หนาวมากเกินไป ก็กระตุ้นให้เกิดความเครียดได้เช่นเดียวกัน กรณีนี้ แม่อาจจะพลอยไปแฮมส์แลนด์พ่วงไปด้วย







-อาหาร การเลี้ยงดูแลบุตรจำนวนมาก ต้องใช้พลังงานจากแม่แฮมส์ในปริมาณมหาศาลตามมาด้วยเ่ช่นกัน ถ้าปริมาณไม่เพียงพอ หรือสารอาหารที่ได้รับไม่สมดุลกับการสร้างน้ำนม ก็จะทำการลดจำนวนลูกให้พอดีกับที่ตัวแม่แฮมเองจะมีปริมาณน้ำนมพอ โดยเลือกกำจัดตัวที่อ่อนแอหรือตัวเล็กที่สุดก่อน ซึ่งเป็นการคัดสรรตามธรรมชาติ

-ผู้เลี้ยงเอง หนูออกลูกทั้งที มันน่าตื่นเต้น ชีวิตเล็กๆ ดิ้นดุ๊กด้อกแด้ก มันน่ารัก ชะโงกดูแล้วชะโงกอีก เปิดกรงปิดกรง เข้าใจครับว่าเป็นห่วง แต่มันกลายเป็นตรงกันข้ามเลยคือการรบกวนตัวแม่อย่างมาก


-แฮมส์เตอร์ด้วยกันเอง กรณีมีตัวอื่นอยู่ร่วมขณะคลอดลูก จะไม่มีใครในที่เลี้ยงดีใจเลยนะครับ
อย่างที่บอกไว้ แฮมส์เตอร์แคระ และ ซีเรียนไม่ใช่สัตว์สังคม แต่สามารถอยู่ร่วมในที่เลี้ยงได้ กรณีมีตัวน้อยออกมาใหม่  มันคือตัวแย่งอาหารสำหรับตัวที่เหลือ และเช่นกัน การกำจัดลูกเพื่อให้ ตัวเมียเป็นฮีทอีกครั้ง แบบในสิงโต ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้


-ตัวแม่แฮมส์เตอร์  อายุของเขาแก่เกินไป เด็กเกินไปวัยไม่เหมาะสม มีโอกาสไม่เลี้ยงลูกสูงมาก การดูแลก่อน ระหว่างตั้งท้อง และหลังคลอด ระดับความสมบูรณ์ของแม่แฮมส์ มีส่วนอย่างมาก

-ตัวลูกที่คลอดออกมา พิการ หรือไม่สมบูรณ์  แม่แฮมส์จะคัดเลือกเองโดยสัญชาตญาณ ตามธรรมชาติ


Do and Don't and ETC.

- ไม่ไปรบกวนการคลอดและการเลี้ยงดู ดูอยู่ห่างๆ ไม่จำเป็นต้องเขี่ยหรือมีส่วนร่วมจับลูกไปรวมกลุ่ม หาผ้าไปวางปิดกรงให้มืดแต่ระวังการความร้อนด้วย นำกรงไปวางที่เงียบ ไม่มีคนพลุกพล่าน หรือเสียงดัง
 
- ไม่จับหนูที่เพิ่งคลอด เพราะหนูจำหน้าลูกตัวเองไม่ได้แต่จำลักษณะกันเองจากการดมกลิ่น ผิดกลิ่นก็ไม่ใช่บุตรของฉัน อดทนให้ผ่านไปสักสองสัปดาห์ค่อยลองจับดูนะครับ จำเป็นจริงๆ ต้องเคลื่อนย้ายหนูให้ใช้ช้อนตัก

-บำรุงหนูเมื่อรู้ว่าตั้งท้อง ระหว่างท้อง และหลังคลอด เน้นโปรตีนด้วยอาหารเสริมต่างๆ แนะนำบวบเหลี่ยม ครับช่วงนี้อากาศร้อนด้วย เหมาะมาก หรือเสริฟ์ไข่ต้ม เนื้อไก่ต้ม ก็อร่อยและมีประโยชน์เช่นกัน

-กรณีเลี้ยงรวม ให้นำเพื่อนแฮมส์ออกจากกรงทันที เหลือไว้แต่แม่และลูก เท่านั้น เพื่อนไปเฮฮากันที่อื่นก่อน งดปาร์ตี้

-หาวัสดุทำรังใส่เตรียมไว้ให้เขาเยอะหน่อย กรณีทราบว่าท้องล่วงหน้า กรณีไม่มีเบดดิ้ง ก็ทิชชู่ก็ไ้ด้ครับ

-จัดเต็มอาหารและน้ำให้เพียบเข้าไว้ แต่อย่าลืมที่บอกนะครับ เรื่องสารอาหารที่กินเข้าไปก็สำคัญเช่นกัน

-ไม่ทำความสะอาดกรงหรือเปลี่ยนเบดดิ้งหลังคลอด ในระยะหนึ่ง ถ้าเปียกน้ำหรือสกปรกมากให้ตักออกเฉพาะส่วนเท่านั้น โดยเน้นให้รบกวนเขาน้อยที่สุด

-เอาทรายห้องน้ำออกก่อนในช่วงแรกคลอด เนื่องจากเคยพบว่าแฮมส์เตอร์จิ๋วตาบอดทั้งหลายเมื่อเดินมั่วไปลงในทรายแล้ว อาจเกิดเหตุทรายจะจับตัวเป็นก้อนอุดจมูกและปากได้

-ระหว่างท้อง คุณแม่จะมีพฤติกรรมดุขึ้น เพื่อปกป้องบุตรหลาน โดยปกติ อย่าแปลกใจถ้าเจองับติดนิ้ว จากที่ไม่เคยโดนมาก่อน

-บุตรจะเริ่มกินอาหารปกติ หรือ Weaning ได้เองหลังประมาณสามสัปดาห์ โดยให้จับแยกเพศในระยะนี้ ป้องกัน การตั้งท้องก่อนวัยอันควร  ดูเพศก็ ผู้ห่าง เมียชิด
 -ถ้าเป็นซีเรียนไจแอนท์ เมื่ออายุได้สักสองเดือนต้องแยกเลี้ยง ป้องกันสงครามแย่งชิงพื้นที่อยู่อาศัย

วินเทอร์ไวท์

ซีเรียนไจแอนท์
ภาพจาก http://www.hamsterific.com/HamsterUniversity/SexingHamsters.html



Source : My hamster has baby http://exoticpets.about.com/od/hamsters/f/hamsterbabies.htm

: Eating baby prevention http://answers.yahoo.com/question/index?qid=20090406144343AAR9LnY

: Wikipedia http://en.wikipedia.org/wiki/Hamster

 
















 























วันศุกร์ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ที่นอนของฉันทำจากอะไรดี - Bedding Review Part II

จากตอนที่แล้ว ที่บรรยาย  ถึงสรรพคุณยาวยืดของ ไอดีลเบดดิ้งในฝันที่บรรดาหนูน้อยใหญ่ต้องการแล้วไปแล้ว ในวันนี้ก็จะพาผู้อ่านทุกท่านไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่ JJ Mall หรือ เตรียม ช้อปออนไลน์ กันได้เพราะ จะว่าด้วยเรื่องของชนิด และยี่ห้อ ที่มีขายในบ้านเรา(เกือบ)ทั้งหมด



ขอชูป้ายเขียนข้อความตัวโตไว้ก่อนเลยนะครับ ว่านี่คือ ผลจากการใช้งานของคนเลี้ยงกลุ่มหนึ่งเท่านั้น
ผลการใช้งานกรณีไปซื้อมาใช้บ้างแล้ว ไม่หน้าเด้ง ขาวซีน่อน ไข่แอ้นท์ตึงเปรี้ยะเหมือนที่คุย ก็คงช่วยเหลืออะไรไม่ได้นะครับ เพราะ เจตนาเพียงแค่อยากจะแนะนำคุณสมบัติ และ ความเหมาะสมให้ได้มีไอเดียสำหรับ เลือกใช้กันเท่านั้น

ซึ่งคุณูปการข้อมูลทั้งหมดมาจากกลุ่มผู้เลี้ยงที่มีประสบการณ์สูงมากๆ หลายท่านที่เห็นความตั้งใจของผู้เขียน และอยากจะแบ่งปัน ถ่ายทอดเป็นบันทึกเอาไว้ให้ คนไทยที่อ่านยาวกว่าสามบรรทัด ได้รับรู้ว่า

"เมืองกรุงยังไม่สิ้นคน(เลี้ยง)ดี"

Bedding? พูดง่ายๆ ถ้าลองค้นคำในพี่กู ก็จะหมายถึง ที่นอนชนิดต่างๆ สำหรับแฮมส์เตอร์ มันก็คือ "รัง" นั่นเอง แต่มันก็แบ่งเป็นสองส่วนคร่าว คือ ปูพื้น กับ ทำรัง 

คือต้องเข้าใจแบบนี้ว่า ถึงแฮมส์ มันจะย้ายทะเบียนบ้านมาอยู่ในกรงในบ้านเมืองมานาน พฤติกรรมเดิมสมัยดึกดำบรรพ์ มันก็ไม่จางหายไป การสร้างรัง ก็เป็นกิจประจำวัน ที่เขาต้องทำและต้องมี กล่าวคือ ยังไงก็ต้องทำรัง ไม่งั้น มันนอนไม่สบาย หลับไม่สนิท ฯลฯ ซึ่งจะตามมาด้วยอาการเครียด แต่เขาคงไม่ได้ตะโกนออกมาจากกรงว่า กำลังเครียดมากเลยว๊อยย  แต่จะแสดงออกมาทางอาการเจ็บป่วยต่างๆ แทน

เบดดิ้งหลายชนิดใช้ปูพื้นได้ แต่ไม่เหมาะกับให้เขานำมาสร้างรัง
กลับกันบางชนิดก็ผลิตมาให้ใช้ปูพื้นและเป็นวัสดุก่อสร้างบ้านของแฮมส์เตอร์ด้วยในตัว 


ขออ้างอิงจากแหล่งขายหลัก และตลาดใหญ่ๆ ก็คือสวนจตุจักร เมื่อท่านไปเตรียมตัวเสียทรัพย์จากตู้เอทีเอ็มมาแล้ว ก็ขอเริ่มต้นแนะนำวัสดุรองพื้นกรงชนิดต่างๆที่ พอจะหาซื้อได้ในบ้านเรากันเลย


1.ขี้เลื่อยอัดแท่ง ยี่ห้อ Chipsi  



เบสิคแรกเริ่มสำหรับ การเลี้ยงใช้งานได้ทั่วไปในระดับเกือบกลาง ราคาถูก เหมาะกับบุตรหลานที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงเป็นตัวแรก เพราะหาได้ง่าย มีแทบทุกร้าน



คุณสมบัติ 
  • ปริมาณฝุ่นระดับกลาง - สูง หนูบางตัวอาจมีอาการจามฟุดฟิด 
  • การดูดซับของเหลว - ปกติ ชื้นค่อนข้างง่าย อายุการใช้งานสั้น ประมาณ 1 สัปดาห์
  • สารระคายเคือง -มีน้ำมันระเหยจากต้นไม้ ซึ่งปกติยี่ห้อนี้ไม่ระบุว่ามีส่วนผสมของต้นซีดาร์ เพราะงั้นไม่น่าจะมีปัญหาเรื่อง ฟีน่อลครับ
  • ความแหลมคม - พบว่าบางชิ้นแข็งกว่าปกติ แต่ไม่มีปัญหากับแฮมส์เตอร์
  • ใช้สร้างรังได้ 
 
2.ทรายหยาบ ยี่ห้อ Buddy




ทรายสำหรับปูพื้นกรงชนิดหยาบ(มีสองชนิดแบบละเอียดใส่ในห้องน้ำหนูกับแบบหยาบปูพื้น)เมื่อเปียกจะจับตัวเป็นก้อน สามารถร่อนทิ้งได้สะดวก ราคาไม่แพง มีขนาด 1 และ 3 กิโลกรัม
ภาพจาก
http://welovemouse.weebly.com

คุณสมบัติ
  • ปริมาณฝุ่นระดับกลาง -ฝุ่นค่อนข้างฟุ้งกระจายสังเกตเวลาเท
  • การดูดซับของเหลว -ดี ทรายจะจับตัวเป็นก้อนแข็ง เมื่อโดนของเหลว ควรตักออกทุกวัน
  • สารระคายเคือง -ไม่มี
  • ความแหลมคม -ไม่มี
  • แฮมส์ไม่เคยไปเล่นสงกรานต์ก่อเจดีย์ทรายในวัดมาเพราะงั้น ใช้สร้างรังไม่ได้
*กรณีแฮมส์เป็นแผลห้ามใช้ทรายเด็ดขาด เพราะจะไปอุดปากแผล กรณีถ้าหนูตาเจ็บทรายก็จะไปเกาะติดเบ้าตา เพราะงั้นงดครับ


3.ก้านปอ


คือแกนของต้นปอตากแห้ง มีคุณสมบัติเด่นเรื่องการดูดซับที่ดี ลดกลิ่น แต่จะมีจำหน่ายบางช่วงเท่านั้นเนื่องจากเป็นพืช และไม่ได้มีผลิดตลอดปี ช่วงที่เขียนอยู่ กำลังขาดตลาดอีกรอบ ราคาแพงกว่าขี้เลื่อยเล็กน้อย





คุณสมบัติ
  • ปริมาณฝุ่นระดับต่ำ -เนื่องจากเป็นซีกแก่นต้นไม้ จึงไม่มีผงฝุ่น แฮมส์ที่แพ้ฝุ่นสามารถใช้วัสดุตัวนี้ทดแทนได้
  • การดูดซับของเหลว -ดี ระยะการใช้งานนานประมาณ 3 สัปดาห์
  • สารระคายเคือง - ไม่มี
  • ความแหลมคม - ตัววัสดุคล้ายเศษไม้หัก จึงมีความแหลมคมในตัว ผู้ใช้หลายคนถูกก้านปอตำมือ ซึ่งอาจบาดเท้านุ่มนิ่มของแฮมส์เตอร์ได้เช่นกัน
  • ใช้สร้างรังไม่ค่อยดีเท่าที่ควรเนื่องจากมีขนาดชิ้นค่อนข้างเล็ก 

4.ซังข้าวโพด Corn Cob ยี่ห้อ King Cob




คือแกนข้าวโพดตากแห้งแล้วนำไปปั่น มีลักษณะเป็นเม็ดแข็ง แฮมส์เหยียบจะเกิดเสียงกร่อบแกร่บ ไพเราะเสนาะหู แต่รบกวนอย่างยิ่งเวลาคนจะนอน ราคาใกล้เคียงกับก้านปอ แพงกว่านิดหน่อย



คุณสมบัติ
  • ปริมาณฝุ่นระดับต่ำ -ใช้กับแฮมส์ที่แพ้ฝุ่นได้ดี
  • การดูดซับของเหลว -ดี ระยะการใช้งาน 3-4 สัปดาห์ พบว่าถ้าใช้โดยไม่เปลี่ยนในระยะเวลานานจะเกิดเชื้อรา
  • สารระคายเคือง -ไม่มี
  • ความแหลมคม -ไม่มี แต่วัสดุมีความแข็งมาก 
  • ใช้สร้างรังไม่ค่อยดี เพราะลักษณะเป็นเมล็ด  แต่ถ้าใส่ในปริมาณมากแฮมส์ก็จะนำไปสุมทำรังได้เช่นกัน

5.แคร์เฟรช



คือเยื่อไฟเบอร์ (Short-Fiber) ผลิตจากส่วนที่เหลือในขั้นตอนการผลิตกระดาษ นำมาแปรรูป ลักษณะคล้ายก้อนกระดาษยุ่ย ๆ ราคาค่อนข้างสูง มีให้เลือกหลายสี แบบรวมมิตรสีก็มี



คุณสมบัติ
  • ปริมาณฝุ่นระดับมหาศาล -มากสุดในบรรดาเบดดิ้งทั้งหมด
  • การดูดซับของเหลว -ดี ระยะการใช้งาน 1-2 สัปดาห์ 
  • สารระคายเคือง -ไม่มี
  • ความแหลมคม - ไม่มี
  • ใช้สร้างรังได้ดี สามารถฉีกเป็นชิ้นเล็กได้โดยเจ้าของบ้านเอง

6.เคที่ คลีน แอนด์ โคซี่

อยู่ในกลุ่มเดียวกับ แคร์เฟรชด้านบน คือเป็น Paper-Base มีสีขาวอย่างเดียว ลักษณะเหมือนทิชชู่คน ราคาแพง










คุณสมบัติ
  • ปริมาณฝุ่นระดับต่ำ-ผลิตภัณท์เน้นเรื่องปริมาณฝุ่นที่ต่ำมาก บุตรท่านที่มีอาการแพ้ฝุ่นใช้ตัวนี้ได้ 
  • การดูดซับของเหลว-ดี ใกล้เคียงกับ แคร์เฟรช คือ 1-2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมเจ้าบ้านว่าฉี่มั่วด้วยหรือไม่
  • สารระคายเคือง- ไม่มี
  • ความแหลมคม - ไม่มี
  • ใช้สร้างรังได้ดี ฉีกเป็นเส้นเล็กใหญ่ตามความประสงค์ของท่านผู้สร้าง
7. ทราย ยี่ห้อ Alex หรือทรายโรโบ








ทราย Bath Sand เม็ดเล็ก มีลักษณะเป็นเม็ดกลมเล็กๆ สีเทา แ่ต่งกลิ่น ส้ม สตอร์เบอรี่ และแอปเปิ้ล ใช้สำหรับห้องน้ำหนู หรือรองพื้นก็ได้เช่นกัน มีขนาด 1 และ 2.5 กิโลกรัม ตามกำลังแบก
 
  



คุณสมบัติ 
  • ปริมาณฝุ่นระดับต่ำ -จะฟุ้งน้อยกว่าทรายบัดดี้พอสมควรเนื่องจากมาเป็นเม็ด
  • การดูดซับของเหลว -ดี เมื่อเปียกจะจับตัวเป็นก้อน ร่อนทิ้งได้สบาย
  • สารระคายเคือง -ไม่มี แต่มีการแต่งกลิ่นสังเคราะห์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อสัตว์เล็ก
  • ความแหลมคม -ไม่มี
  • ใช้สร้างรังไม่ได้ เช่นเดียวกับทรายบัดดี้
  8. กระดาษเส้น ยี่ห้อ Hide and Seek

     
100% recyclable and biodegradable paper คือผลิตจากระดาษรีไซเคิลที่ปลอดสารเคมี ร้อยเปอร์เซ็นต์ มีลักษณะเหมือนกระดาษจากเครื่องทำลายเอกสาร ย่นๆ ห่อดูค่อนข้างเล็กแต่เมื่อนำมาคลี่ ออกจะได้ปริมาณเยอะพอสมควร ราคาไม่ถึง 100 บาท


คุณสมบัติ
  • ปริมาณฝุ่นระดับต่ำมาก - dust free level ตามที่ระบุในฉลากสินค้า
  • การดูดซับของเหลว -ต่ำมาก ไม่มีคุณสมบัติในการดูดซับของเหลว
  • สารระคายเคือง -ไม่ีมี เพราะผลิตแบบปลอดสารเคมี จึงต่างกับกับกระดาษปกติ
  • ความแหลมคม -ไม่มี
  • ใช้สร้างรัง - ผลิตมาเพื่อสนองตัณหาการสร้างรังของแฮมส์โดยเฉพาะครับ
 9.เคที่ รุ่น กรานูลเบลนด์- Kaytee Soft Granule Blend
 


กลิ่นมิ้นท์                    
 กลิ่นพะโล้ ชินนาม่อน
      ผลิตภัณท์จากการผลิตกระดาษเช่นเดียวกันกับ แคร์เฟรช และ เคที่คลีนแอ่นท์โคซี่ แต่มาในรูปเม็ดกลมและแท่งคละขนาด แต่งกลิ่นมาสารพัดกลิ่นให้เลือก พะโล้(ชินนาม่อน) ห่อน้ำตาล และที่ผู้เขียนใช้คือกลิ่นมิ้นท์ หรือใบสะระแหน่ ห่อสีเขียว ที่เหลือก็มีกลิ่น กุหลาบ ลาเวนเดอร์ ส้ม บรรจุมาในถุง 10 ลิตร ราคา ประมาณ 300 บาท


คุณสมบัติ 
  • ปริมาณฝุ่นระดับต่ำ-ปานกลาง - ผู้เขียนเลี้ยงเจอร์บิลพบว่าบางตัวมีอาการจามจากการใช้วัสดุชนิดนี้รองกรง แต่สามารถใช้กับแฮมส์แคระ และ ซีเรียนได้ตามปกติเป็นอย่างดี
  • การดูดซับของเหลว -ดี ตัววัสดุมีกลิ่นหอม เมื่อซับน้ำแล้วค่อนข้างจะไม่ชื้น ทำให้พื้นกรงแห้งได้ดี ระยะเวลาการใช้งาน 3-4สัปดาห์ แต่กลิ่นผสมจะหายไปหลังใช้งานประมาณ 1-2สัปดาห์
  • สารระคายเคือง -ไม่มี มีการแต่งกลิ่นและสี ที่ไม่เป็นอันตรายปลอดภัยต่อสัตว์เล็ก
  • ความแหลมคม -ไม่มี
  • ใช้สร้างรัง -ดี ชื่นชอบเป็นอย่างมาก
แอบเชียร์ตัวนี้ เพราะหอมดีกลิ่นไม่แรงมาก หลังทำความสะอาดสามารถกดทิ้งลงชักโครกได้เลย สะดวกที่สุด


ขอขอบคุณพี่ๆ ชาวแฮมส์ที่ได้แบ่งปันประสบการณ์การใช้ผลิตภัณท์นอกจากจิตใจดีแล้วบุตรแฮมส์ฺยังน่ารักอีกนะครับทุกคนเลย

- พี่โต พี่นิ พี่เจ พี่อัญ และเพื่อนๆ พี่อีกหลายคนแห่งชมรมคนรักไข่แอนท์    

 ขอบคุณมากครับ

ไว้มาต่อตอนถัดไปของถัดไป 
  • เปิดห่อล่อหนู ชี้ชัด แกะกันจะจะยี่ห้อไหนมีอะไรอร่อย อะไรเห่ยหนูไม่แล
  • หนูกินเมล็ดทานตะวันตลอดชีวิต จะหน้าบานเหมือนทานตะวันไหม?
  • สเต็ปเทพแกะข้าวโพดแบบเรียงเม็ด เวอร์ชั่น หม่อมน้อย uncut
  • การให้อาหารสด
  • ปลูกพืชเลี้ยงหนู  และอีกสารพัดจะเขียน 
ขอบคุณที่เสียเวลามาอ่านนะครับ     

   

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ที่นอนของฉันทำจากอะไรดี - Bedding Review Part I

หลังจากมนุษยชาติในเมืองฝรั่งได้ค้นพบหนูแคมเบลล์ (Campbells Dwarf Russian hamster) จากมองโกเลียเมื่อปี ค.ศ. 1902 และ จ้ะเอ๋กับซีเรียนหรือโกลเด้นแฮมส์เตอร์(golden hamster or Syrian hamster, Mesocricetus auratus) จนโดนจับมาเข้าห้องแล้ปและออกเบบี๋ ที่ Aleppo ประเทศซีเรีย ในปี 1930

มาจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนทั้งเรา ในฐานะผู้เลี้ยง และตัวหนูเอง ในฐานันดร ของสัตว์เลี้ยงยอดฮิต จะนึกถึงสภาพลูกรักของเราเวอร์ชั่นสัตว์ป่า ที่ออกล่า กินแมลงในยามค่ำคืนกันไม่ค่อยออกกันทั้งคู่

เพราะจากคู่แรกที่จับมาและกระจายแพร่พันธุ์จากปู่ของปู่ของปู่ๆ ๆๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  จนมีการนำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเรา น่าจะประมาณสักประมาณ เกือบๆ สามสิบกว่าปีที่ผ่านมา เพราะผู้เขียนสมัยเป็นเยาวชน เมื่อไปเดินเล่นที่สวนจตุจักร(บทความความเช็คอายุ) ก็พบหนูแฮมส์เตอร์ขายอยู่แล้ว

โดยเริ่มมี ซีเรียนมาก่อนตามด้วย วินเทอร์ไวท กับแคมเบลล์ ที่เข้ามาตีตลาดซีเรียนจนกระจาย เนื่องจากตัวเล็กกว่า จุ๋มจิ๋ม กระจิดริ้ด จนวงการหนูบูม ฟีเวอร์ จนดับเหงาหงอยฟาร์มรายใหญ่แทบจะเลิกเพาะขาย จนตีตื้นกลับมาทรงตัว อย่างในปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งเลยที่กำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดี ถึงจะยังไม่มากแต่ก็เริ่มชัดเจนขึ้น ก็คือ
การใส่ใจและความตั้งใจที่จะหาความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่เรามีอยู่
ถึงจะแค่เริ่มต้น แต่ก็เป็นก้าวแรกที่ดี ที่จะช่วยให้ ผู้เลี้ยงหน้าใหม่และหน้าเก่าหน้าเหี่ยวหน้าเด็ก
พัฒนาทั้งจิตใจและความเข้าใจของตัวผู้เลี้ยง และดูแลผู้ถูกเลี้ยงให้ถูกต้องเหมาะสม

อยู่กับเราไปนานๆ 

เพราะรู้หรือไม่ว่า? หนูๆที่เีลี้ยงกัน ณ ตอนนี้อายุสั้นกว่าที่เขาควรจะอยู่ได้   สาเหตุหลักเลยมาจากการดูแลที่ผิด หรือ ไม่เหมาะสม เหมือน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะเป็นคุณลุง แต่ชิงมา่ด่วนจากไปเสียก่อน ....

การดูแลที่ดีนั้น.....

ประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง รวมกัน คนต้องการปัจจัยพื้นฐานกันตาย 4 อย่าง อาหาร บ้าน ยา และเสื้อผ้าสวมใส่ หนูก็เช่นกัน นอกจากกล่องเพาะ ตู้ปลา กรง ซึ่งเป็นบ้านที่จะอยู่ไปจนเฒ่า ชราหนวดหงอก นั้น มันมีปัจจัยที่ต้องเตรียมให้เช่นกัน ก็คือ



จ้ะเอ๋






1. พื้นที่เลี้ยง  ว่าด้วย กรง กระบะเพาะ ตู้ปลา ที่เหลือ....จะเอาเลี้ยงในถัง ในภาชนะ นี่แนะนำว่าลงทุนเุถอะครับ การเอากาละมัง หรือถัง หรืออะไรที่ัมันพอจะใส่ได้ไม่ปีนมาเลี้ยง มันเหมือน คุณเอาพลาสติกมาปูนอนชิลใต้ทางด่วน อารมณ์เดียวกัน สภาพเดียวกัน

2. น้ำ  น้ำสะอาดสดชื่น---- อาาาาาห์

3. อาหาร  จะเขียนถึงในโอกาสต่อไป

4. ของเล่น ไม้ลับฟันต่าง ๆ มีไว้แทะและวิ่ง ป้องกันสภาพจำเจ และอาการเบื่อพื้นที่ มีอธิบายเรื่องการสลับตำแหน่งของ และวางเครื่องเล่น ให้หนู เพื่อป้องกันอาการเครียดจากการอยู่ในพื้นที่จำกัดอยู่หลายแห่ง ขอเขียนในโอกาสต่อไปเช่นกัน

5. รองพื้น หรือ Bedding  โปรดทราบ ! โลกมนุษย์ สวนจตุจักร และร้านขายหนู นั้นไม่ได้มีแค่ ขี้เลื่อยอัดแท่ง หนูของเราไม่ได้โตมาพร้อมกับขี้เลื่อย เพราะงั้น มันมีตัวเลือกที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ทั้งยี่ห้อ และชนิดของวัสดุที่นำมาผลิต

ข้อความถัดลงมาจากนี้ ชวนให้คนอ่านเสียตังค์เพิ่ม ! ไม่รักบุตรหลานกันจริงขอให้หลับตาอ่านแทน









































ฮั่นแน่ ถ้ายังอ่านต่อ ก็ขอขอบคุณแทนลูก ๆ ด้วยนะครับ

ก่อนอื่น ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า บนโลกนี้ ไม่มีอะไรสมบูรณ์ 100% เบดดิ้ง ก็เช่นกัน จากข้อมูล จากเว็บหลักที่ชุมนุมคนเลี้ยงแฮมส์ของต่างประเทศ ไม่มีการฟันธงให้กับ วัสดุรองกรง ชนิด หรือยี่ห้อ ใด ใ้ห้เป็นสุดยอดเหนือสุดยอดของเบดดิ้ง เพราะมันไม่มีวัสดุ อะไรในโลกที่นำมาทำเบดดิ้งแล้วจะกลายเป็น เฟอร์เฟคชั่นเบดดิ้ง เพราะแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อด้อยของตัวเขาเองแตกต่างกันไป

เพราะงั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกก็คือ   ตัวเราคนเลี้ยงเอง

ใช่แล้ว เราเองนี่ล่ะ คือคนที่จะกำหนดจากการตัดสินใจเลือกว่า อะไร จะเหมาะสมหรือตรงกับ
แนวทางการเลี้ยง ความชอบ ลักษณะกายภาพของสถานที่เลี้ยง ซึ่งมีส่วนประกอบยิบย่อยแตกต่างกันไปในแต่ละคน

เหมือนกับหนูล่ะครับ มีทั้งกัดและเชื่อง ปะปนกัน
 

เราต้องดูอะไรบ้าง? ในการเลือกซื้อ




Ideal concept หรือ คุณสมบัติที่ควรมีใน เบดดิ้ง ที่ดีนั้น
จะประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้



- การดูดซับของเหลว (Absorption) คือเมื่อโดนน้ำ ของเหลว หรือการขับถ่ายแล้วสามารถดูดซับเอาไว้ได้ดี ขนาดไหน

- การลดกลิ่น(Odor Control) คือระดับของความสามารถในการลดกลิ่นแอมโมเนียและกลิ่นไม่พึงประสงค์

- ปริมาณฝุ่นละอองหรือผงในวัสดุนั้น (Dust Level) ฝุ่นผง ละัออง ส่งผลทำให้เกิดการแพ้ จาม หรือเป็นโรคทางเดินหายใจได้ ลองนึกสภาพ เราสร้างบ้านอยู่ข้างโรงระเบิดหินครับ หายใจทุกวัน แร่ใยหิน เข้าปอดก็ป่วยเหมือนกันครับ หนูจามบ่อย

-ไม่มีสารระคายเคือง (Non-Allergy)หรือแต่งสี แต่งกลิ่น ที่ทำใ้ห้เกิดการแพ้ ไม้บางชนิดในต่างประเทศเช่น เปลือกของต้นสนซีดาร์ในธรรมชาติจะปล่อยสารออกมาเพื่อป้องกันแมลง ทำให้เมื่อนำมาผลิตเป็นเบดดิ้งจะปล่อยสารระเหยเรียกว่าฟีน่อล(Phenol) ออกมาซึ่งเป็นพิษต่อสัตว์ แฮมส์เตอร์นอนดมกันทั้งวันก็ตายได้ครับ การแต่งสี (Color adding)ต้องเป็นสีที่ปลอดภัยเหมือนสีผสมอาหาร

*ประเด็นเรื่องน้ำมันสนซีดาร์ ในบ้านเรานี่พูดยาก เพราะทั้งขี้เลื่อยอัดแท่ง และ ขี้เลื่อยถุง ระบุที่มาแค่เป็นไม้เนื้ออ่อนซึ่งไม่บอกชนิดต้นไม้มา

-ไม่มีอันตรายจากความแหลมคมของตัววัสดุ อาจบาดเท้าหรือโดนผิวจนเป็นแผลได้ อย่าลืมนะครับหนูแก้ผ้าเดินนะครับ

- อันนี้ส่วนเสริม คือการทำความสะอาด เบดดิ้งหลายชนิดนำไปกดลงชักโครกทิ้งได้เลย (Flush able) ไม่เป็นมลพิษไม่ทำให้ส้วมที่บ้านตันอีกต่างหาก


ทีนี้มาถึงวัสดุที่ไม่ควรใช้กันบ้าง


- ห้ามใช้วัสดุประมาณ นุ่มนิ่ม เป็นขน เป็นขุย เช่นฟองน้ำ นุ่น หรืออะไรเทือกนี้ เพราะมันเป็นเส้นใย และมีฝุ่นละอองในปริมาณสูง เสี่ยงกับการไปอุดทางเดินหายใจ และก่อปัญหาเรื่องปอด


 ............








- ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ จะไทยรัฐ เดลินิวส์ คมชัดลึก ก็ไม่ได้เพราะหนูมันอ่านไม่ออก ไม่ต้องใส่ตัวหนังสือไปให้หรอก พออ่านไม่รู้เรื่อง โมโหมันก็เอาไปก็ฉีกทิ้ง แล้วตอนฉีกนี่ใช้ปากไงครับ หมึกพิมพ์นี่มะเร็งล้วนๆ เอามาห่อถุงกล้วยแขกให้คนกินน่ะดีแล้ว

....กรุงเทพเมืองหนังสือโลกฮับ








-ห้ามใช้ทรายก่อสร้างหรือดินจากละแวกบ้าน ปัญหาคือเรื่องของความสะอาด มั่นใจแค่ไหนว่าทราย หรือดินที่เอามาใส่ โดนเสกคาถาหรือ มีสารเคมี หรือยาฆ่าแมลง หรือปนเปื้อนอะไรมาบ้างหรือไม่ เพราะงั้น ถ้าจะใช้ ทรายควรใช้ทรายที่ผลิตมาเฉพาะสัตว์เลี้ยงเท่านั้น

 ..........เอากี่คิว? อะไรนะเอาไปเลี้ยงหนู? จะดีหรา














ในบทถัดไป เราจะมารีวิว ยี่ห้อเบดดิ้ง ที่มีขายในบ้านเรากันนะครับ

โปรดติดตามตอนต่อไป....