แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนูเจอร์บิล แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ หนูเจอร์บิล แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

แกะข้าวโพดอย่างมีสไตล์ Version Uncut

ในบ่ายวันหนึ่ง บนพื้นคอนกรีตเปลวแดดเต้นระริกอยู่นอกรั้วบ้าน ขนาดที่แค่มองก็เหงื่อแตกแล้ว

ในกระบะเพาะ แฮมส์เตอร์นอนผึ่งพุง หงายท้องรับลมเย็นเพื่อระบายความร้อนในตัว...

ในตู้เย็นข้าวโพดหวาน(Sweet Corn)ที่ขอซื้อแบบสดๆยังไม่แกะใบ จากร้านขายข้าวโพดย่าง
แช่เย็นสดชื่นพร้อมจะแจกจ่ายให้บรรดา หมู่มิตรชาวแฮมส์เตอร์แคระ ไจแอนท์ และเจอร์บิลประจำบ้าน

ในมือมีข้าวโพดอยู่หนึ่งฝักใหญ่ อวบอิ่ม เมล็ดเต่ง เหลืองน่ากิน

ในข้าวโพดมีเบดดิ้งอย่างดีซ่อนอยู่

ในวันนี้เราจะมาแกะข้าวโพดแบบไม่ใช้มีดกัน

วัตถุดิบ
1. ข้าวโพดหวานแช่เย็น  1 ฝัก
2. กะละัมัง

เวลา ประมาณ 5 นาที

เริ่มต้น


ล้างมือก่อนเป็นอันดับแรก











 เตรียมข้าวโพดออกจากตู้เย็น แฮมส์จะได้กินแบบสดชื่น








ลอกใบออก











  เกสรข้าวโพดมีค่าอย่าเพิ่งทิ้ง











ดึงใบข้าวโพดออกจากขั้วฝักและลอกเกสรออก











คาราเต้ ให้ข้าวโพดหักเป็นสองท่อน ไม่แนะนำการใช้ขวานสับ หรือให้รถไฟทับให้ขาด เพราะจะเหนื่อยและไม่อร่อย







นำครึ่งหนึ่งที่ฟาดจนขาดครึ่งแล้ว มาเกร็งพลัง ใช้นิ้วโป้งดันขึ้น โดยเิริ่มจากบริเวณรอยหัก ค่อยๆ ดัน เมล็ดข้าวโพดจะหลุดออกมา ทำแบบนี้ไำล่ลงมาประมาณสองแถว









ใจเย็นๆ บิดๆ ดึงๆ จะได้ข้าวโพดแหว่งหน้าตาแบบนี้











ใช้นิ้วดันเมล็ดข้าวโพดในแถวถัดไปมาทางร่องที่แกะัไว้ก่อนหน้านี้
โอ้ววว มหัศจรรย์ มันหลุดติดมาทั้งแผงเลยครับ !!










ชะแว้งงงงงง ดันไปเรื่อยๆ











ห้านาทีผ่านไป..... ข้าวโพดก็พร้อมเสริฟ์แล้ว









ใบและเกสรนั้นไซร้มีค่า อย่าทิ้ง !!!

นำใบและเกสรนั้น ใส่ลงไปในสถานที่อยู่ของบุตรของท่าน
เนื่องจากพอผ่านไประยะหนึ่ง ใบและเกสรจะแห้งไปเองโดยธรรมชาติ ไม่เป็นเชื้อรา 
พวกเขาจะเมามันส์กับกิจกรรมการผลิตเบดดิ้งจากข้าวโพด ฉีก ฉีก ฉีก และฉีก
นั่งดูกันเพลิน


เกสร นำมาอุดทางเข้า ดูดีไม่หยอก











ใบนำมาห่มนอน ช่วงนี้อากาศร้อน เปลี่ยนเอาไว้ใช้เป็นพร้อพทำรังก็สวยเก๋ไม่หยอก










ลองดูครับสนุกดี

วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ที่นอนของฉันทำจากอะไรดี - Bedding Review Part I

หลังจากมนุษยชาติในเมืองฝรั่งได้ค้นพบหนูแคมเบลล์ (Campbells Dwarf Russian hamster) จากมองโกเลียเมื่อปี ค.ศ. 1902 และ จ้ะเอ๋กับซีเรียนหรือโกลเด้นแฮมส์เตอร์(golden hamster or Syrian hamster, Mesocricetus auratus) จนโดนจับมาเข้าห้องแล้ปและออกเบบี๋ ที่ Aleppo ประเทศซีเรีย ในปี 1930

มาจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนทั้งเรา ในฐานะผู้เลี้ยง และตัวหนูเอง ในฐานันดร ของสัตว์เลี้ยงยอดฮิต จะนึกถึงสภาพลูกรักของเราเวอร์ชั่นสัตว์ป่า ที่ออกล่า กินแมลงในยามค่ำคืนกันไม่ค่อยออกกันทั้งคู่

เพราะจากคู่แรกที่จับมาและกระจายแพร่พันธุ์จากปู่ของปู่ของปู่ๆ ๆๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  จนมีการนำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเรา น่าจะประมาณสักประมาณ เกือบๆ สามสิบกว่าปีที่ผ่านมา เพราะผู้เขียนสมัยเป็นเยาวชน เมื่อไปเดินเล่นที่สวนจตุจักร(บทความความเช็คอายุ) ก็พบหนูแฮมส์เตอร์ขายอยู่แล้ว

โดยเริ่มมี ซีเรียนมาก่อนตามด้วย วินเทอร์ไวท กับแคมเบลล์ ที่เข้ามาตีตลาดซีเรียนจนกระจาย เนื่องจากตัวเล็กกว่า จุ๋มจิ๋ม กระจิดริ้ด จนวงการหนูบูม ฟีเวอร์ จนดับเหงาหงอยฟาร์มรายใหญ่แทบจะเลิกเพาะขาย จนตีตื้นกลับมาทรงตัว อย่างในปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งเลยที่กำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดี ถึงจะยังไม่มากแต่ก็เริ่มชัดเจนขึ้น ก็คือ
การใส่ใจและความตั้งใจที่จะหาความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่เรามีอยู่
ถึงจะแค่เริ่มต้น แต่ก็เป็นก้าวแรกที่ดี ที่จะช่วยให้ ผู้เลี้ยงหน้าใหม่และหน้าเก่าหน้าเหี่ยวหน้าเด็ก
พัฒนาทั้งจิตใจและความเข้าใจของตัวผู้เลี้ยง และดูแลผู้ถูกเลี้ยงให้ถูกต้องเหมาะสม

อยู่กับเราไปนานๆ 

เพราะรู้หรือไม่ว่า? หนูๆที่เีลี้ยงกัน ณ ตอนนี้อายุสั้นกว่าที่เขาควรจะอยู่ได้   สาเหตุหลักเลยมาจากการดูแลที่ผิด หรือ ไม่เหมาะสม เหมือน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะเป็นคุณลุง แต่ชิงมา่ด่วนจากไปเสียก่อน ....

การดูแลที่ดีนั้น.....

ประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง รวมกัน คนต้องการปัจจัยพื้นฐานกันตาย 4 อย่าง อาหาร บ้าน ยา และเสื้อผ้าสวมใส่ หนูก็เช่นกัน นอกจากกล่องเพาะ ตู้ปลา กรง ซึ่งเป็นบ้านที่จะอยู่ไปจนเฒ่า ชราหนวดหงอก นั้น มันมีปัจจัยที่ต้องเตรียมให้เช่นกัน ก็คือ



จ้ะเอ๋






1. พื้นที่เลี้ยง  ว่าด้วย กรง กระบะเพาะ ตู้ปลา ที่เหลือ....จะเอาเลี้ยงในถัง ในภาชนะ นี่แนะนำว่าลงทุนเุถอะครับ การเอากาละมัง หรือถัง หรืออะไรที่ัมันพอจะใส่ได้ไม่ปีนมาเลี้ยง มันเหมือน คุณเอาพลาสติกมาปูนอนชิลใต้ทางด่วน อารมณ์เดียวกัน สภาพเดียวกัน

2. น้ำ  น้ำสะอาดสดชื่น---- อาาาาาห์

3. อาหาร  จะเขียนถึงในโอกาสต่อไป

4. ของเล่น ไม้ลับฟันต่าง ๆ มีไว้แทะและวิ่ง ป้องกันสภาพจำเจ และอาการเบื่อพื้นที่ มีอธิบายเรื่องการสลับตำแหน่งของ และวางเครื่องเล่น ให้หนู เพื่อป้องกันอาการเครียดจากการอยู่ในพื้นที่จำกัดอยู่หลายแห่ง ขอเขียนในโอกาสต่อไปเช่นกัน

5. รองพื้น หรือ Bedding  โปรดทราบ ! โลกมนุษย์ สวนจตุจักร และร้านขายหนู นั้นไม่ได้มีแค่ ขี้เลื่อยอัดแท่ง หนูของเราไม่ได้โตมาพร้อมกับขี้เลื่อย เพราะงั้น มันมีตัวเลือกที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ทั้งยี่ห้อ และชนิดของวัสดุที่นำมาผลิต

ข้อความถัดลงมาจากนี้ ชวนให้คนอ่านเสียตังค์เพิ่ม ! ไม่รักบุตรหลานกันจริงขอให้หลับตาอ่านแทน









































ฮั่นแน่ ถ้ายังอ่านต่อ ก็ขอขอบคุณแทนลูก ๆ ด้วยนะครับ

ก่อนอื่น ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า บนโลกนี้ ไม่มีอะไรสมบูรณ์ 100% เบดดิ้ง ก็เช่นกัน จากข้อมูล จากเว็บหลักที่ชุมนุมคนเลี้ยงแฮมส์ของต่างประเทศ ไม่มีการฟันธงให้กับ วัสดุรองกรง ชนิด หรือยี่ห้อ ใด ใ้ห้เป็นสุดยอดเหนือสุดยอดของเบดดิ้ง เพราะมันไม่มีวัสดุ อะไรในโลกที่นำมาทำเบดดิ้งแล้วจะกลายเป็น เฟอร์เฟคชั่นเบดดิ้ง เพราะแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อด้อยของตัวเขาเองแตกต่างกันไป

เพราะงั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกก็คือ   ตัวเราคนเลี้ยงเอง

ใช่แล้ว เราเองนี่ล่ะ คือคนที่จะกำหนดจากการตัดสินใจเลือกว่า อะไร จะเหมาะสมหรือตรงกับ
แนวทางการเลี้ยง ความชอบ ลักษณะกายภาพของสถานที่เลี้ยง ซึ่งมีส่วนประกอบยิบย่อยแตกต่างกันไปในแต่ละคน

เหมือนกับหนูล่ะครับ มีทั้งกัดและเชื่อง ปะปนกัน
 

เราต้องดูอะไรบ้าง? ในการเลือกซื้อ




Ideal concept หรือ คุณสมบัติที่ควรมีใน เบดดิ้ง ที่ดีนั้น
จะประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้



- การดูดซับของเหลว (Absorption) คือเมื่อโดนน้ำ ของเหลว หรือการขับถ่ายแล้วสามารถดูดซับเอาไว้ได้ดี ขนาดไหน

- การลดกลิ่น(Odor Control) คือระดับของความสามารถในการลดกลิ่นแอมโมเนียและกลิ่นไม่พึงประสงค์

- ปริมาณฝุ่นละอองหรือผงในวัสดุนั้น (Dust Level) ฝุ่นผง ละัออง ส่งผลทำให้เกิดการแพ้ จาม หรือเป็นโรคทางเดินหายใจได้ ลองนึกสภาพ เราสร้างบ้านอยู่ข้างโรงระเบิดหินครับ หายใจทุกวัน แร่ใยหิน เข้าปอดก็ป่วยเหมือนกันครับ หนูจามบ่อย

-ไม่มีสารระคายเคือง (Non-Allergy)หรือแต่งสี แต่งกลิ่น ที่ทำใ้ห้เกิดการแพ้ ไม้บางชนิดในต่างประเทศเช่น เปลือกของต้นสนซีดาร์ในธรรมชาติจะปล่อยสารออกมาเพื่อป้องกันแมลง ทำให้เมื่อนำมาผลิตเป็นเบดดิ้งจะปล่อยสารระเหยเรียกว่าฟีน่อล(Phenol) ออกมาซึ่งเป็นพิษต่อสัตว์ แฮมส์เตอร์นอนดมกันทั้งวันก็ตายได้ครับ การแต่งสี (Color adding)ต้องเป็นสีที่ปลอดภัยเหมือนสีผสมอาหาร

*ประเด็นเรื่องน้ำมันสนซีดาร์ ในบ้านเรานี่พูดยาก เพราะทั้งขี้เลื่อยอัดแท่ง และ ขี้เลื่อยถุง ระบุที่มาแค่เป็นไม้เนื้ออ่อนซึ่งไม่บอกชนิดต้นไม้มา

-ไม่มีอันตรายจากความแหลมคมของตัววัสดุ อาจบาดเท้าหรือโดนผิวจนเป็นแผลได้ อย่าลืมนะครับหนูแก้ผ้าเดินนะครับ

- อันนี้ส่วนเสริม คือการทำความสะอาด เบดดิ้งหลายชนิดนำไปกดลงชักโครกทิ้งได้เลย (Flush able) ไม่เป็นมลพิษไม่ทำให้ส้วมที่บ้านตันอีกต่างหาก


ทีนี้มาถึงวัสดุที่ไม่ควรใช้กันบ้าง


- ห้ามใช้วัสดุประมาณ นุ่มนิ่ม เป็นขน เป็นขุย เช่นฟองน้ำ นุ่น หรืออะไรเทือกนี้ เพราะมันเป็นเส้นใย และมีฝุ่นละอองในปริมาณสูง เสี่ยงกับการไปอุดทางเดินหายใจ และก่อปัญหาเรื่องปอด


 ............








- ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ จะไทยรัฐ เดลินิวส์ คมชัดลึก ก็ไม่ได้เพราะหนูมันอ่านไม่ออก ไม่ต้องใส่ตัวหนังสือไปให้หรอก พออ่านไม่รู้เรื่อง โมโหมันก็เอาไปก็ฉีกทิ้ง แล้วตอนฉีกนี่ใช้ปากไงครับ หมึกพิมพ์นี่มะเร็งล้วนๆ เอามาห่อถุงกล้วยแขกให้คนกินน่ะดีแล้ว

....กรุงเทพเมืองหนังสือโลกฮับ








-ห้ามใช้ทรายก่อสร้างหรือดินจากละแวกบ้าน ปัญหาคือเรื่องของความสะอาด มั่นใจแค่ไหนว่าทราย หรือดินที่เอามาใส่ โดนเสกคาถาหรือ มีสารเคมี หรือยาฆ่าแมลง หรือปนเปื้อนอะไรมาบ้างหรือไม่ เพราะงั้น ถ้าจะใช้ ทรายควรใช้ทรายที่ผลิตมาเฉพาะสัตว์เลี้ยงเท่านั้น

 ..........เอากี่คิว? อะไรนะเอาไปเลี้ยงหนู? จะดีหรา














ในบทถัดไป เราจะมารีวิว ยี่ห้อเบดดิ้ง ที่มีขายในบ้านเรากันนะครับ

โปรดติดตามตอนต่อไป....










วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

โอ้ยน่ารัก ไม่ไหวแล้วไปซื้อหนูดีกว่า!!!!

เคยไปสวนจตุจักรกันบ้างหรือเปล่า
เชื่อว่าคนที่หลงมาอ่านเกินครึ่งให้ค่อนเลยต้องเคยไปและค่อนกลุ่มนั่นทั้งหมดต้องเคยไปเดินโซนสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะด้วยโดนลากไป หรือหลง หรือใจสั่งมา อะไรก็แล้วแต่
กรณีที่บ้านยังเป็นศูนย์เรื่องสัตว์เลี้ยง คือไม่ไ้ด้มีอะไรเฝ้ารอเราตอนกลับ กระดิกหาง แอบซุ่มกระโจนตะปบหน้า (โหดไปไหม) ก็ถือว่า โซนสัตว์เลี้ยงนี่คือแหล่งจุดประกายที่สำคัญแหล่งหนึ่งเลย
หลายคนเดินไป ชมไพร หมา กระต่าย แลปลา เพลิดเพลินได้ระยะหนึ่งก็จะเริ่มมีอาการ
มือสั่น ใจสั่น อยากจะัควักกระเป๋า หิ้วสิ่งมีชิวตกลับบ้านไปด้วยอันเนื่องมาจาก
พิษของความน่ารัก ที่พ่นใส่ตา และหัวใจ ให้รู้สึกแตกต่างกันไปตามแต่ความชอบส่วนตัว

ผู้เขียนไปสวนจตุจักรค่อนข้างจะบ่อย คือแทบทุกอาทิตย์ถ้าไม่มีอะไรติดขัด ยังไงก็จะแวะไปเดินเล่น
กินข้าว หรือซื้อของใช้ให้บรรดามินิซูที่บ้าน ก็มักจะพบกับ บรรดาผู้เลี้ยง ที่มีทั้งมือเก่า และมือใหม่
แวะเวียนกันมาแบ่งสตางค์ให้คนขายไปใช้ ตามแต่จะยั้งใจได้มากน้อย ยั้งทันก็หมดน้อยหน่อย
ยั้งไม่ทัน ก็ค่ารถกลับบ้านพร้อมน้ำตา  ........

ด้วยความที่เดินจนรู้จักแหล่งและร้านขาย จะเป็นหนู ที่ฮิต ๆ ก็ร้านลุงจวน ร้านแมว ร้านขายอุปกรณ์ ก็มีร้านแป้บช้อป ร้านนริศ ฯลฯ ซึ่งจะขอเล่าให้ในโอกาสต่อไป 

พบว่ามีของใช้ แลอุปกรณ์สำหรับหนูขายอยู่หลายร้าน มากชนิดหลายแบบวาไรตี้ เหลือเกิน
ซึ่งเชื่อได้เลย ถ้าคุณไปเดินครั้งแรกแล้วต้องการจะซื้อโรเดนท์(Rodent ชื่อเรียกสัตว์ตระกูลฟันแทะทั้งหมด)สักคู่ มาเลี้ยง 
สิ่งที่ต้องตามมาเลยก็คือ  จะเลี้ยงในอะไร? 

ห้องน้ำ?  ไม่ใช่แมลงสาบ
หลังบ้าน? นั่นมันหมา 
กรง? พอไหว  
ตู้ปลา ? ก็ดี  
กล่องเพาะ? เหมาะสม

ในทีแรกเริ่มที่ต้องชะตากับแฮมส์เตอร์นั้น ยังไม่มีความรู้อะไรประดับหยักสมองเลยทั้งสิ้น
พบเจอ แฮมส์เตอร์ โรโบรอฟสกี้อิสเบล (Roborovskii Issabel) ก็ยังไม่รู้จักเลยว่ามันคือหนูอะไร

สิ่งแรกที่ผมทำเลยคือ ถาม !  ถามเอาจากคนขายนี่ละ ว่ามันคือหนูอะไร กินอยู่ยังไง  
คำตอบอย่างหนึ่งที่มักได้รับ ซึ่งผู้เลี้ยงมือใหม่ จะโดนก็คือ หนูแฮมส์เตอร์ เลี้ยงง่าย กินง่าย 
ออกลูกง่าย แต่ทุกคำตอบไม่มีรายละเอียดอะไรที่มากกว่า หนูแฮมส์เตอร์ เลี้ยงง่าย กินง่าย

ซึ่งมันไม่ช่วยอะไรเลย..............หนำซ้ำ บางร้านก็อยากขายจนแนะนำเรื่องที่ไม่ควร เพราะเห็นว่า
คนซื้อไม่รู้ เช่น การขายหนู ซีเรียนหรือไจแอนท์ ไปพร้อมกับ แฮมส์เตอร์แคระ โดยบอกว่าเลี้ยงรวมกันได้ ซึ่งก็เคยเจอมาแล้ว 

ยั้งใจตัวเองไม่ให้ซื้อเนื่องจากไม่รู้เรื่องอะไรเลยของเขา 
เพราะงั้นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเริ่มต้น ก็คือ ไปหาความรู้มาก่อน   
และจุดมุ่งหมายที่ผู้เขียนเอง ตั้งใจเป็นที่สุดสำหรับการเขียนบทความเ้หล่านี้ 
ไม่รู้ก็รู้ได้  แค่ต้องให้เวลาและเรียนรู้ใส่ใจกับเขามากสักนิด

เพราะมักจะบอกเอาไว้ในเฟซเสมอว่า 
เราคือผู้ที่กุมชีวิตของพวกเขาเอาไว้ คนที่จะกำหนดให้ชีวิตในอีก2-3ปีอันแสนสั้น หลังจากนี้
จะว่าสั้นก็สั้น จะว่ายาวก็ยาว เรารับเขามาแล้ว  
ความรับผืดชอบนั่นสำคัญที่สุด ใช่ว่าเพราะราคาถูกแล้วคุณค่าของชีวิตเล็กๆ 
มันจะลดคุณค่าลงไปเสียเมื่อไหร่........




โรโบตัวแรกที่รับมาเป็นบุตรขณะกำลังรับทานบวบ

สังเกตว่าในถ้วยจะมีแต่เมล็ดทานตะวัน 
เนื่องจากความด้อยปัญญาของผู้เขียนเอง
ซึ่งยังไม่ทราบเรื่องของโภชนาการสำหรับสัตว์เล็ก
ก็ให้เขากินแต่ีที่ชอบ ซึ่งผิดมหันต์


วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

My Mongolian Gerbil

เมื่อไม่นานมานี้่เอง ผู้เขียนหลังจากได้เริ่มเลี้ยงหนูอย่างจริงจังมาระยะเวลาหนึ่ง ก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ Rodent อีกสายพันธุ์ ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและนิยมเลี้ยงกันมากนัก แต่ก็ได้ทราบว่าพวกเขาเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยมานานแล้ว แต่ไม่ใช่ฐานะเหมือนกันกับ ซีเรียนแอ้น หรือ แฮมเตอร์แคระ แต่อย่างใด....ขอแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนใหม่ ที่ถ้าได้ลองรู้จักเลี้ยงเขาแล้วจะหลงรักในพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากหนูอื่นๆ ...... มองโกเลียน เจอร์บิล

ถิ่นกำเนิดพวกเขาข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเขตภูเขา ทะเลทรายของประเทศมองโกเลีย 
รูปร่างขนาดใหญ่กว่า แฮมแคระ แต่เล็กและเพรียวกว่า ซีเรียนไจแอนท์ น้ำหนักขนาดโตเต็มที่ ปกติอยู่ที่ประมาณ 180 - 200 กรัม มีขาหลังที่ใหญ่กว่าขาหน้าเอาไว้สำหรับวิ่งไวว่องหนีศัตรูตามธรรมชาติ คืองู และนก  ช่วงหางมีความยาวใช้สำหรับทรงตัวในการวิ่งและปีนป่าย ทำให้ค่อนข้างเปรียว และอยู่ไม่นิ่ง 


เจอร์บิลสีขาวตาแดง Red Eyed White -REW
(สีตาของเจอร์บิลจะไม่แดงเหมือนกับ Winterwhite Hamster แต่จะออกชมพูมากกว่า ดูแล้วโหดน้อยหน่อยสำหรับ คนที่ไม่ชอบหนูตาแดง)








ฟันของเจอร์บิลเป็นฟันชุดเดียว (monophyodont) คือติดตัวมาแต่เกิดและงอกยาวออกมาตลอดทั้งชีวิตแบบเดียวกันกับเล็บของคน ซึ่งเหมือนกับแฮมส์เตอร์แคระ และซีเรียน เช่นเดียวกัน แต่พบว่า 
เจอร์บิลจะเมามันส์กับการแทะและเคี้ยว (Chewing) มากกว่าเพื่อน กล่าวคือ จะแทะและแทะ และแทะแทะแทะ ทุกสิ่งอย่างที่สามารถ ผู้เขียนเลือกจะใส่บ้านที่ทำจากไม้ให้ ก็พบว่าบ้านนั้น ถูกเลาะผนังออกไปในระยะเวลาไม่นาน...




ก้อนแคลเซี่ยมนกสี่เหลี่ยมลูกบาศ์ก
กลายสภาพเป็นก้อนกลม
ด้วยการลับฟัน






ถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาตินั้นจะอยู่เป็นฝูงขนาดใหญ่รวมกัน ขุดหลุมหลบร้อนในตอนกลางวันและหากินกลางคืน ทำให้เมื่อกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยง จะมีพฤติกรรมในการขุดโพรง และตะกุยพื้น เป็นกิจกรรมหลัก
ทำให้การจัดพื้นที่เลี้ยงนั้นค่อนข้างจะแตกต่างไปจากหนูอื่นๆ กล่าวคือ จำเป็นต้องใส่วัสดุรองพื้น (Bedding) ชนิดที่เหมาะสมและปริมาณที่มากกว่า เพื่อสนองอารมณ์ในการขุดคุ้ย ให้ได้ใส่กันเต็มเหนี่ยวไม่ต้องยั้ง จับมือเขาดูขาหน้าจะพบว่า เล็บยาวแหลมมากก็เพื่อการนี้ล่ะ



ตัวอย่างกรงสำหรับเลี้ยงเจอร์บิลในต่างประเทศ
เรียกว่า เจอร์บิลาเรี่ยม Gerbilarium
คือด้านบนจะเป็นกรงตะแกรงแบบปกติ แต่ด้านล่างจะเป็นเหมือนกล่องเพาะคือ เป็นกล่องใสก้นลึก เอาไว้ใส่ Bedding เยอะ ๆ สำหรับให้ขุดและทำโพรงกันตามอัธยาศัย....      











ตู้เลี้ยงของผู้เขียนเองใช้ตู้ปลาขนาด 24"
รองพื้นหนาๆ











สุขภาพและการดูแล 
เนื่องจากเป็นสัตว์ที่พื้นถิ่นมาจากภูเขาแห้งและทะเลทรายอากาศร้อน จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเจอร์บิลนัก ร่างกายบึกบึน แข็งแรงจากการวิ่งออกกำลังกาย ทำให้ค่อนข้างจะอึดกว่าใคร จึงไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษมากนัก เพียงแต่ต้องจัดสภาพแวดล้อมที่อาศัยให้เหมาะสม มีหลอดน้ำสะอาด และพื้นที่โปร่งในการวางกรง หรือตู้เลี้ยง อาหารสะอาด เสริมด้วยวิตามินพิเศษบางโอกาส ก็เพียงพอแล้ว


ลักษณะนิสัย 
เจอร์บิลนั้นแตกต่างจากเพื่อนร่วมรุ่นอื่นชัดเจนอย่างนึงเลย คือการรวมฝูงแบบพึ่งพาอาศัยกัน โดยจะต่างจาก ไจแอนท์ที่รักสันโดษและจะพบกันเฉพาะในช่วงผสมเท่านั้น และพวกเขาจะจดจำสมาชิกกันได้ผ่านทางกลิ่นทำให้เจอร์บิลนั้นสามารถเลี้ยงรวมกันหลายๆ ตัวได้ใน ตู้เดียว ซึ่งถ้านำมาเข้าฝูงกันแต่เด็กก็จะไม่กัดกันและอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องเทียบกรง  



ครอบครัวเจอร์บิลคลอดบุตร โดยมีตัวเมีย(่ป้า)ที่เป็นแท้งค์เมท ช่วยดูแลลูก 
สามารถเลี้ยงรวมกันโดยไม่ต้องแยกตัวอื่นออกโดยไม่มีปัญหาเรื่องป้าจะรับทานเด็ก

เหมาะกับใคร?
เจอร์บิลนั้นถึงจะฟันแหลมแทะแหลกราญ แต่กลับแทบจะไม่กัดเลยในสภาพปกติ ไม่ต้องวัดใจแหย่มือโดยลุ้นว่าจะงับติดนิ้วเลือดซิบขึ้นมาหรือไม่ เพราะตามธรรมชาติแล้วเขาเป็นสัตว์ที่ไม่ก้าวร้าว (Non-Agressive) มีพฤติกรรมอยากรู้อยากเห็น นั่นคือจุดขาย คือร่าเริงพลังสูงโดยวิสัย มีการเล่นกันแบบที่เรียกว่า่ต่อยมวย นึกภาพจิงโจ้สู้กัน ก็แบบนั้นล่ะครับ Gerbil Boxing 

ด้วยความเชื่องบวกวิสัยขี้สงสัยและความฉลาดของพวกเขาสามารถฝึกให้ทำอะไรเจ๋งๆได้หลายอย่าง ...ยกเว้นไปจ่ายตลาดแทน.. -___-"  ทำให้ในต่างประเทศนั้น ค่อนข้างจะนิยมเลี้ยงเจอร์บิลเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตมาก แต่ในประเทศเราเองอย่างที่เล่าไว้ในตอนแรก

พวกเขาถูกเลี้ยงเอาไว้เป็น" หนูเหยื่อ "ยอดนิยม ที่นักเลี้ยง Exotic pet ถึงกับพูดว่า งูตัวไหนที่ได้กิน เจอร์บิลเข้าไป งูตัวนั้นจะลืมรสชาติของเหยื่ออื่นทั้งมวล ?? อร่อยขนาดนั้นเลย?? 

ณ ตอนนี้ หลายๆ คนคงเคยเห็นพวกเขาผ่านตามาบ้างแล้ว เพราะกระแสการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงนั้นกำลังมา ดูจากการที่ร้านขายหนูหลายร้านในสวนจตุจักรเริ่มเพาะเลี้ยงและมีการรับมาขายอย่างจริงจัง แต่กระนั้น นั่งดู หรือฟังเขาพูด มันก็เท่านั้น 
อย่ากระนั้นเลย ดั่งสุภาษิตที่ใครคนนึงเคยกล่าวไว้ว่า 

"สิบตาดูไม่เท่าโดนหนูแทะมือ"   

ต้องลองพาพวกเขาเข้าบ้านดูสักคู่สองคู่ .....รู้จักแล้วจะรักพวกเขามากขึ้นนะ....






25 เมษายน 2556