วันพุธที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ที่นอนของฉันทำจากอะไรดี - Bedding Review Part I

หลังจากมนุษยชาติในเมืองฝรั่งได้ค้นพบหนูแคมเบลล์ (Campbells Dwarf Russian hamster) จากมองโกเลียเมื่อปี ค.ศ. 1902 และ จ้ะเอ๋กับซีเรียนหรือโกลเด้นแฮมส์เตอร์(golden hamster or Syrian hamster, Mesocricetus auratus) จนโดนจับมาเข้าห้องแล้ปและออกเบบี๋ ที่ Aleppo ประเทศซีเรีย ในปี 1930

มาจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนทั้งเรา ในฐานะผู้เลี้ยง และตัวหนูเอง ในฐานันดร ของสัตว์เลี้ยงยอดฮิต จะนึกถึงสภาพลูกรักของเราเวอร์ชั่นสัตว์ป่า ที่ออกล่า กินแมลงในยามค่ำคืนกันไม่ค่อยออกกันทั้งคู่

เพราะจากคู่แรกที่จับมาและกระจายแพร่พันธุ์จากปู่ของปู่ของปู่ๆ ๆๆ  ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ  จนมีการนำเข้ามาเลี้ยงในบ้านเรา น่าจะประมาณสักประมาณ เกือบๆ สามสิบกว่าปีที่ผ่านมา เพราะผู้เขียนสมัยเป็นเยาวชน เมื่อไปเดินเล่นที่สวนจตุจักร(บทความความเช็คอายุ) ก็พบหนูแฮมส์เตอร์ขายอยู่แล้ว

โดยเริ่มมี ซีเรียนมาก่อนตามด้วย วินเทอร์ไวท กับแคมเบลล์ ที่เข้ามาตีตลาดซีเรียนจนกระจาย เนื่องจากตัวเล็กกว่า จุ๋มจิ๋ม กระจิดริ้ด จนวงการหนูบูม ฟีเวอร์ จนดับเหงาหงอยฟาร์มรายใหญ่แทบจะเลิกเพาะขาย จนตีตื้นกลับมาทรงตัว อย่างในปัจจุบัน

สิ่งหนึ่งเลยที่กำลังเปลี่ยนไปในทางที่ดี ถึงจะยังไม่มากแต่ก็เริ่มชัดเจนขึ้น ก็คือ
การใส่ใจและความตั้งใจที่จะหาความรู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่เรามีอยู่
ถึงจะแค่เริ่มต้น แต่ก็เป็นก้าวแรกที่ดี ที่จะช่วยให้ ผู้เลี้ยงหน้าใหม่และหน้าเก่าหน้าเหี่ยวหน้าเด็ก
พัฒนาทั้งจิตใจและความเข้าใจของตัวผู้เลี้ยง และดูแลผู้ถูกเลี้ยงให้ถูกต้องเหมาะสม

อยู่กับเราไปนานๆ 

เพราะรู้หรือไม่ว่า? หนูๆที่เีลี้ยงกัน ณ ตอนนี้อายุสั้นกว่าที่เขาควรจะอยู่ได้   สาเหตุหลักเลยมาจากการดูแลที่ผิด หรือ ไม่เหมาะสม เหมือน ถ้าเป็นคนก็กำลังจะเป็นคุณลุง แต่ชิงมา่ด่วนจากไปเสียก่อน ....

การดูแลที่ดีนั้น.....

ประกอบด้วยองค์ประกอบหลายอย่าง รวมกัน คนต้องการปัจจัยพื้นฐานกันตาย 4 อย่าง อาหาร บ้าน ยา และเสื้อผ้าสวมใส่ หนูก็เช่นกัน นอกจากกล่องเพาะ ตู้ปลา กรง ซึ่งเป็นบ้านที่จะอยู่ไปจนเฒ่า ชราหนวดหงอก นั้น มันมีปัจจัยที่ต้องเตรียมให้เช่นกัน ก็คือ



จ้ะเอ๋






1. พื้นที่เลี้ยง  ว่าด้วย กรง กระบะเพาะ ตู้ปลา ที่เหลือ....จะเอาเลี้ยงในถัง ในภาชนะ นี่แนะนำว่าลงทุนเุถอะครับ การเอากาละมัง หรือถัง หรืออะไรที่ัมันพอจะใส่ได้ไม่ปีนมาเลี้ยง มันเหมือน คุณเอาพลาสติกมาปูนอนชิลใต้ทางด่วน อารมณ์เดียวกัน สภาพเดียวกัน

2. น้ำ  น้ำสะอาดสดชื่น---- อาาาาาห์

3. อาหาร  จะเขียนถึงในโอกาสต่อไป

4. ของเล่น ไม้ลับฟันต่าง ๆ มีไว้แทะและวิ่ง ป้องกันสภาพจำเจ และอาการเบื่อพื้นที่ มีอธิบายเรื่องการสลับตำแหน่งของ และวางเครื่องเล่น ให้หนู เพื่อป้องกันอาการเครียดจากการอยู่ในพื้นที่จำกัดอยู่หลายแห่ง ขอเขียนในโอกาสต่อไปเช่นกัน

5. รองพื้น หรือ Bedding  โปรดทราบ ! โลกมนุษย์ สวนจตุจักร และร้านขายหนู นั้นไม่ได้มีแค่ ขี้เลื่อยอัดแท่ง หนูของเราไม่ได้โตมาพร้อมกับขี้เลื่อย เพราะงั้น มันมีตัวเลือกที่น่าสนใจอีกหลายอย่าง ทั้งยี่ห้อ และชนิดของวัสดุที่นำมาผลิต

ข้อความถัดลงมาจากนี้ ชวนให้คนอ่านเสียตังค์เพิ่ม ! ไม่รักบุตรหลานกันจริงขอให้หลับตาอ่านแทน









































ฮั่นแน่ ถ้ายังอ่านต่อ ก็ขอขอบคุณแทนลูก ๆ ด้วยนะครับ

ก่อนอื่น ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า บนโลกนี้ ไม่มีอะไรสมบูรณ์ 100% เบดดิ้ง ก็เช่นกัน จากข้อมูล จากเว็บหลักที่ชุมนุมคนเลี้ยงแฮมส์ของต่างประเทศ ไม่มีการฟันธงให้กับ วัสดุรองกรง ชนิด หรือยี่ห้อ ใด ใ้ห้เป็นสุดยอดเหนือสุดยอดของเบดดิ้ง เพราะมันไม่มีวัสดุ อะไรในโลกที่นำมาทำเบดดิ้งแล้วจะกลายเป็น เฟอร์เฟคชั่นเบดดิ้ง เพราะแต่ละชนิดก็มีข้อดีข้อด้อยของตัวเขาเองแตกต่างกันไป

เพราะงั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกก็คือ   ตัวเราคนเลี้ยงเอง

ใช่แล้ว เราเองนี่ล่ะ คือคนที่จะกำหนดจากการตัดสินใจเลือกว่า อะไร จะเหมาะสมหรือตรงกับ
แนวทางการเลี้ยง ความชอบ ลักษณะกายภาพของสถานที่เลี้ยง ซึ่งมีส่วนประกอบยิบย่อยแตกต่างกันไปในแต่ละคน

เหมือนกับหนูล่ะครับ มีทั้งกัดและเชื่อง ปะปนกัน
 

เราต้องดูอะไรบ้าง? ในการเลือกซื้อ




Ideal concept หรือ คุณสมบัติที่ควรมีใน เบดดิ้ง ที่ดีนั้น
จะประกอบไปด้วยสิ่งเหล่านี้



- การดูดซับของเหลว (Absorption) คือเมื่อโดนน้ำ ของเหลว หรือการขับถ่ายแล้วสามารถดูดซับเอาไว้ได้ดี ขนาดไหน

- การลดกลิ่น(Odor Control) คือระดับของความสามารถในการลดกลิ่นแอมโมเนียและกลิ่นไม่พึงประสงค์

- ปริมาณฝุ่นละอองหรือผงในวัสดุนั้น (Dust Level) ฝุ่นผง ละัออง ส่งผลทำให้เกิดการแพ้ จาม หรือเป็นโรคทางเดินหายใจได้ ลองนึกสภาพ เราสร้างบ้านอยู่ข้างโรงระเบิดหินครับ หายใจทุกวัน แร่ใยหิน เข้าปอดก็ป่วยเหมือนกันครับ หนูจามบ่อย

-ไม่มีสารระคายเคือง (Non-Allergy)หรือแต่งสี แต่งกลิ่น ที่ทำใ้ห้เกิดการแพ้ ไม้บางชนิดในต่างประเทศเช่น เปลือกของต้นสนซีดาร์ในธรรมชาติจะปล่อยสารออกมาเพื่อป้องกันแมลง ทำให้เมื่อนำมาผลิตเป็นเบดดิ้งจะปล่อยสารระเหยเรียกว่าฟีน่อล(Phenol) ออกมาซึ่งเป็นพิษต่อสัตว์ แฮมส์เตอร์นอนดมกันทั้งวันก็ตายได้ครับ การแต่งสี (Color adding)ต้องเป็นสีที่ปลอดภัยเหมือนสีผสมอาหาร

*ประเด็นเรื่องน้ำมันสนซีดาร์ ในบ้านเรานี่พูดยาก เพราะทั้งขี้เลื่อยอัดแท่ง และ ขี้เลื่อยถุง ระบุที่มาแค่เป็นไม้เนื้ออ่อนซึ่งไม่บอกชนิดต้นไม้มา

-ไม่มีอันตรายจากความแหลมคมของตัววัสดุ อาจบาดเท้าหรือโดนผิวจนเป็นแผลได้ อย่าลืมนะครับหนูแก้ผ้าเดินนะครับ

- อันนี้ส่วนเสริม คือการทำความสะอาด เบดดิ้งหลายชนิดนำไปกดลงชักโครกทิ้งได้เลย (Flush able) ไม่เป็นมลพิษไม่ทำให้ส้วมที่บ้านตันอีกต่างหาก


ทีนี้มาถึงวัสดุที่ไม่ควรใช้กันบ้าง


- ห้ามใช้วัสดุประมาณ นุ่มนิ่ม เป็นขน เป็นขุย เช่นฟองน้ำ นุ่น หรืออะไรเทือกนี้ เพราะมันเป็นเส้นใย และมีฝุ่นละอองในปริมาณสูง เสี่ยงกับการไปอุดทางเดินหายใจ และก่อปัญหาเรื่องปอด


 ............








- ห้ามใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ จะไทยรัฐ เดลินิวส์ คมชัดลึก ก็ไม่ได้เพราะหนูมันอ่านไม่ออก ไม่ต้องใส่ตัวหนังสือไปให้หรอก พออ่านไม่รู้เรื่อง โมโหมันก็เอาไปก็ฉีกทิ้ง แล้วตอนฉีกนี่ใช้ปากไงครับ หมึกพิมพ์นี่มะเร็งล้วนๆ เอามาห่อถุงกล้วยแขกให้คนกินน่ะดีแล้ว

....กรุงเทพเมืองหนังสือโลกฮับ








-ห้ามใช้ทรายก่อสร้างหรือดินจากละแวกบ้าน ปัญหาคือเรื่องของความสะอาด มั่นใจแค่ไหนว่าทราย หรือดินที่เอามาใส่ โดนเสกคาถาหรือ มีสารเคมี หรือยาฆ่าแมลง หรือปนเปื้อนอะไรมาบ้างหรือไม่ เพราะงั้น ถ้าจะใช้ ทรายควรใช้ทรายที่ผลิตมาเฉพาะสัตว์เลี้ยงเท่านั้น

 ..........เอากี่คิว? อะไรนะเอาไปเลี้ยงหนู? จะดีหรา














ในบทถัดไป เราจะมารีวิว ยี่ห้อเบดดิ้ง ที่มีขายในบ้านเรากันนะครับ

โปรดติดตามตอนต่อไป....










วันจันทร์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

Hamster Madness!! มันร้อนจนเกินจะทานทนไหว

อันว่าประเทศไทย ในยามก่อน ระหว่าง หลัง เดือนสงกรานต์นั้น
มันเป็นห้วงวาระสุดแสนจะเร่าร้อน
สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ประจำฤดู ก็คือแสงแดด และพลังเพลิงแห่งดวงอาทิตย์
ร้อนขนาดไหน  ณ วันที่ ผู้เขียนเขียนเรื่องนี้ ก่อนหน้าเมื่อช่วงบ่ายของวัน
การยืนเฉยๆ ในที่ร่ม มีพัดลมเป่าด้านหน้า แต่ข้างหลังเสื้อชุ่มโชก เหงื่อย้อยลงร่องก้นราวกับสายน้ำ

ร้อนมาก และ ดูท่าจะร้อนแบบนี้ไปอีกพักใหญ่ ซึ่งปัญหาความร้อนของคนที่ว่าใหญ่แล้ว
ถ้ามันมาเกิดกับแฮมส์เตอร์นี่ มันนรกกว่าคนอีกหลายเท่า เพราะมันถึงชีวิตอาจได้ย้ายไปอยู่
สุขาวดีแฮมส์แลนด์เอาได้ง่ายๆ ถ้าไม่ระวัง....  
ทุกซัมเม่อร์ยังมีคำถามซ้ำๆ เดิมและปัญหารวมถึงข้อปลีกย่อย เกี่ยวกับภัยหน้าร้อน สำหรับบุตรหลานขนปุยของทุกท่าน ซึ่ง วันนี้ จะชี้ช่องการเลี้ยงที่จะพาให้แฮมส์น้อยเรารอดพ้นหน้าร้อน ไปแบบคูลๆ และปลอดภัยกันทุกบ้าน

-ปุจฉา ทำไมแฮมส์เตอร์แพ้อากาศร้อนอ่ะ มันมาจากทะเลทรายไม่ใช่หรอ?

ถูกต้องที่แฮมส์เตอร์แคระ และซีเรียน นั้นพื้นเพถิ่นกำเนิดนั้นมาจากทะเลทราย แต่ไม่ได้หมายความว่ามันออกมาเดินตากแดดฉุยฉายในตอนกลางวันเสียเมื่อไหร่ มันแอบครับ ...

แฮมส์เตอร์อยู่ในกลุ่มสัตว์ที่หากินตอนกลางคืน หรือ crepuscular 
คือกลางวันจะนิทราอยู่ในโพรงใต้ดินลึกเย็น พ้นจากแสงแดด แล้วพอช่วงตะวันตกดินโพล้เพล้ ถึง
ค่อยออกมาหาอาหาร นั่นหมายความว่า กลางวัน ถึงจะอยู่ทะเลทราย แต่ร้อนมากๆ หนูก็ตายเหมือนกันนะจร้าาาาาาา

ทีนี้มาถึง ขั้นตอนการดูแล  เท่าที่ศึกษาและอ่านและสังเกตวิธีเลี้ยง มีความเข้าใจผิด ๆ หลายอย่างที่ชาวเรายังยึดถือ ปฎิบัติตามกันมาแต่ก่อนกาล ตัวอย่างเช่น

คนเป็นลมชัก เอาช้อนง้างปากเลย กันกัดลิ้น   (ฟันหักหมดปาก ผู้เขียนเคยเจอคนฟันหน้าบนหลุดทั้งแถบเพราะช้อนงัดปากมาแล้ว) มันผิดนะคร้าบบบบบบบบบบบบบบบบ ฟันอุดหลอดลมนี่ตายอีกซวย

เพราะงั้น ความเชื่อที่ควรเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับหน้าร้อน  ที่ควรจะเข้าใจไปในทิศทางเ้ดียวกัน และเข้าใจเพราะเหตุผลไม่ใช่เพราะคนนั้นเลี้ยงมาห้าปี ยังบึ้ก อะไรแบบนี้  หนูตายมา มันพิสูจน์ทฤษฎีอะไรไม่ได้นะครับ อย่าทดลองเลยดีที่สุด

น้ำแข็งดีไหม ?

ก่อนอื่นเลยต้องเข้าใจพื้นฐานของหนูด้วย  แฮมส์ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลาน เพราะงั้นสภาพชื้นแฉะ เปียก ๆ แหย่ะๆ นั้น ไม่ใช่สิ่งโปรดในชีวิตเลย และยังทำให้เกิดปัญหาอื่นๆ ตามมาอีก

น้ำแข็ง เมื่อนำมาไว้ในอุณหภูมิห้อง ปกติ  จะเกิดการระเหย (Tilt)  แล้วก็วิทยาศาสตร์ ควบแน่น กลายเป็นหยดน้ำ  ถ้าในสภาพกรงแฮมที่มีขี้เลื่อยหรือวัสดุที่ดูดซับของเหลวไม่ดี  หรือบ้านกระเบื้องดินเผา เกาะเป็นหยดน้ำ  ก็จะเริ่มเกิดความชื้นสะสม อากาศร้อน ๆ พื้นแฉะ ๆ ทำให้แฮมส์ป่วยได้ง่ายมาก

สรุป น้ำแข็ง
-เอาให้กินได้โดยตรงกินเสร็จ เอาออกทันที หรือวางใส่ถ้วยเล็กๆ ละลายกลายเป็นน้ำในถ้วยไม่เลอะเทอะนองพื้น
-เอาใส่บ้านดินเผา  เย็นดี หนูชอบ  นอนแล้วเย็น แต่ต้องมั่นใจว่า พื้นที่วางกรง โปร่ง ระบายอากาศดี

หรือ ไอเดียบรรเจิด !!  เอาใส่ขวดพลาสติกแช่ช่องฟรีสให้แข็ง สัก 2 ขวด เอาไว้สลับกันใช้
วางไว้ข้างๆ กรง หรือมุมนอนประจำ เอาผ้าห่อขวดไว้ ไอเย็นจะแผ่ไปที่กรง และน้ำที่หยดจากขวดก็ไม่ลงไปในกรงด้วย  แต่ห้าม! เอาวางในกรง  เนื่องจาก อาจจะโดนแทะขวดจนน้ำแข็งละลายออกมา งานจะยิ่งเข้ามากกว่าเดิม
ภาพและไอเดียจากเว็บ
http://www.hammysworld.com/index.php?p=cool




พัดลมเป่าเลยมั้ยคนยังชอบ??

เรื่องพัดลม นี่เปิดให้ก็ดี ทำให้อากาศหมุนเวียน แต่ต้องเปิดส่าย ห้ามจ่อเด็ดขาด  คนเลี้ยงเอาพัดลมจ่อหน้าไข้ยังกินได้ แฮมส์เตอร์ก็ไม่ต่างกันครับ เพราะงั้น เปิดได้ แต่เปิดส่ายๆ มีประโยชน์ครับ ค่าไฟจิ้บจ้อยมาก

Tips 

1.วางกรงหรือสถานทีั่เ้ลี้ยงในที่โล่ง โปร่ง อากาศระบายได้ดี ไม่วางบริเวณที่แดดส่อง และย้ำอีกรอบ อย่าเปิดพัดลมจ่อกรงหนู

2.น้ำท่าอย่าให้ขาด  เปลี่ยนน้ำบ่อยขึ้น หมั่นเติมน้ำและตรวจสอบกระบอกน้ำ อาจมีรอยรั่วหรือน้ำซึมโดยที่ไม่รู้ก็ได้ เอาน้ำแข็งผสมใส่ให้กินแก้ร้อนได้ไม่มีปัญหา  ป้องกันอาการ Dehydration หรือ อาการขาดน้ำ ซึ่งจะทำให้เป็น Heat Stroke หรือ โรคลมแดดตามมา อันตรายถึงตายนะครับ 

3. เอาอาหารสดของแฮมส์บางอย่างแช่เย็นก่อนให้  เช่น แครอทแท่งแช่เย็น อร่อยน่าดู

4.ใส่บ้านหรือภาชนะ ดินเผา เซรามิก แผ่นเย็น ก้อนหิน แทนบ้านพลาสติก  ช่วยลดความร้อนได้เป็นอย่างดี  ถ้าจะให้เย็นสะใจ ลองวิธี ผู้เขียนเอาหินกาบแช่ตู้เย็น แล้วนำไปวางในที่เลี้ยงชื่นชอบเป็นอย่างมาก
แผ่นหินกาบสีดำ ซื้อจากสวนจตุจักร ลักษณะคล้ายแผ่นหินอ่อนกิโลละ 20 บาท แผ่นประมาณ เอสี่ หนัก 2 กิโลกรัมโดยประมาณ







 บ้านดินเผา เป็นที่ชื่นชอบในการงีบนอนช่วงกลางวัน ทั้งในบ้านและบนหลังคา -___-








5.หมั่นสังเกตพฤติกรรมของบุตรหลานของท่าน เพราะถึงแม้จะร้อน แต่ถ้าแฮมส์เตอร์ยังวิ่งเล่น กิน ปั่นจักร งับมือเจ้าของ ตามปกติแล้วนั้น ก็ถือว่ายังอยู่ในสภาพปกติ แต่ถ้าพบว่า เริ่มมีอาการหงอยอย่างเห็นได้ชัด นอนเฉยๆ เขี่ยไม่ตื่น หรือแปลกไปจากที่ปกติเคยทำ รีบพาไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด!!!

อย่า!!!!จับอาบน้ำแฮมส์เตอร์ โดยเด็ดขาด หลังจากเย็นสดชื่นแล้วมันจะป่วยและตายอย่างสดชื่นหลังจากนั้นไม่นาน.......








วันศุกร์ที่ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การนำหลักการบริหารมาอธิบายเรื่องวงจรแฮมส์เตอร์ในประเทศไทย

กลับมาอีกครั้ง หลังหายไปโหมกรรมกรส่งงาน ก็ผ่านพ้นไปโดยสวัสดี
มีเวลาก็กลับมาเขียนกันต่อ ยังมีให้เล่าให้คุยกันอีกเยอะ

วันนี้ขอโอกาสพ่อแม่พี่น้องนำเสนอผลงานทางวิชาการสักหนึ่งฉบับ ซึ่งจัดทำขึ้นโดย
ผู้เขียนเองเนื้อหาอ้างอิงอะไรไม่ได้ และไม่สามารถนำไปใช้ในเชิงวิการได้แต่อย่างใด
เพียงแต่ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ เพียงอย่างเดียวจากเรืองนี้ก็คือ

ความเข้าใจทีมีต่อสัตว์เลี้ยงชนิดนี้อย่างจริงจัง

เชิญรับชม.....


จากการที่ได้ลงพื้นที่พบปะ สัมผัสกับตลาดขายหนูแหล่งใหญ่มานาน โดยจากการสำรวจเชิงจับเล่นทุกร้าน ผลวิจัยพบว่า ในประเทศไทยบ้านเราการดูแล และการให้ความรู้เกี่ยวกับ สถานที่เลี้ยง อนามัย สุขภาพ
มันยังห่างไกลจากการเลี้ยงที่ถูกต้องอยู่มาก และไม่ค่อยมีการเขียนบันทึกอ้างอิงที่นำมาเป็นข้อมูล
ในภาษาไทยได้มากนัก นอกจากเว็บแฮมส์เตอร์ออนไลน์แล้ว ถ้าจะหาอ่านส่วนใหญ่จะเป็นแค่บทความสั้น ๆ ถามไปถามมา ตอบกันตามความรู้ของแต่ละคน ถูกก็ดีไป ไม่ถูกก็.....

ถ้าจะพูดให้เป็นวิชาการหน่อยโดยเอาหลักการเรื่อง Supply Chainหรือห่วงโซ่อุปทาน มาเกี่ยวข้อง
เพื่อที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับวงการหนูในกระแสหลักบ้านเรา ก็จะอธิบายได้ว่า




สิ่งที่ไม่ถูกต้องมันเริ่มมาตั้งแต่ ต้นน้ำ (ฟาร์มเพาะ)  มาถึง กลางน้ำ (ร้านขายหนู) จนส่งมอบไปยัง ปลายน้ำ (คนเลี้ยง) คือด้วยความที่มันมีคำว่าธุรกิจนำหน้า การพูดถึงเรื่องความรักมันก็จะถูกกระเถิบไปไว้ในลำดับหลัง ๆ

ผู้เขียนพบว่า เริ่มแรก การเพาะเลี้ยงหนูที่ทำในลักษณะฟาร์มบ้านเรานั้น ยังคงเน้นเรื่องของจำนวนในการ Breed หนูออกขายให้ได้มากที่สุด คือ เนื่องด้วยราคามันถูก ไม่กี่บาท จะทำยังไง จะขายให้ได้ราคา ก็ต้องใช้เรื่อง จำนวนนี่ล่ะ มาชดเชย

ผลที่ตามมา จากการเร่งเพาะ เร่งผสม เพื่อให้มีปริมาณหนูที่พร้อมส่งขายในล้อตต่อไปเยอะ ๆ
ก็คือ พบว่า จะมีหนูที่ยังไม่หย่านม อายุประมาณสองสัปดาห์ วางขายแล้ว

ซึ่งจากที่สอบถามทราบว่า สาเหตุหลักเลยคือ การควบคุมต้นทุน เนื่องจากยิ่งเลี้ยงนาน ก็จะมีค่าอาหารค่าดูแลอื่น ๆมาเกี่ยวข้อง ซึ่งต้องเป็นรายจ่าย สู้นำไปขายทันทีหลังลืมตาขนขึ้นได้ไม่นาน

 คนเลี้ยงมักจะชอบ หนูที่ตัวเล็กๆ ด้วยเหตุผลหลายอย่าง แต่การที่หนูที่ยังไม่หย่านม และถูกแยกออกจากแม่มานั้น เทียบกับคนก็เหมือนกับเด็กที่ขาดสารอาหารเลี้ยงด้วยนมตราหมี โตมาก็แกรน มีโรคหลายอย่างตามมา

บูวววววววว


กระเถิบมาี่ที่กลางน้ำ คือร้านค้า เอาใกล้ตัวหน่อยคือสวนจตุจักร มีหลายร้านที่ขายหนูเป็นหลัก แต่ไม่เห็นมีร้านไหนให้ข้อมูลรายละเอียดการเลี้ยง ไปมากกว่า เลี้ยงง่าย เชื่อง ไม่กัด กินอาหารถุงละยี่สิบนี่ ให้น้ำ ให้ขี้เลื่อย ออกลูกง่ายยยย ไม่กัดกัน

หรือเพราะว่ามันเป็นแค่หนูที่ราคาน่าจะถูกที่สุดในบรรดาสัตว์เลี้ยงเล็ก ด้วยกัน คุณค่ามันเลยถูกทอนให้ลดน้อยลงไป การดูแลมันก็ตามราคา ถูกก็เลี้ยงไปบ้านๆ แพงหน่อยก็เลี้ยงดีหน่อย ผู้เขียนคิดว่าคงไม่ใช่

ทีนี้มาถึงปลายน้ำล่ะ ก็เราเองนี่ล่ะ หอบหิ้วใส่กล่องกระดาษเจาะรูมีอาหารโรยมีขี้เลื่อยมีหนูหน้าตาจิ้มลิ้มในนั้นติดสอยกันกลับมาบ้าน พร้อมกรง พร้อมอาหาร พร้อมของเล่นสารพัด



อันนี้คือคำถาม ????

เราเคยสงสัยไหมว่า ชีวิตมันมีแค่นี้จริงๆ หรอ กับแฮมส์เตอร์แคระ กับ ซีเรียนไจแอ้นท์ กับ กรงสีสวย ขี้เลื่อยยี่สิบบาท อาหารผสมเกรดล่างสุด ที่มีส่วนประกอบต้องห้ามหลายอย่างแต่ก็ใส่มาให้กินกัน??? 

 

เราควรให้คุณค่ากับชีวิตที่จะอยู่กันไปอีกสองสามปี ด้วยของพวกนี้แค่นั้นจริงๆ หรือ?


มันมีประเด็นเรื่องที่มีคนพยายามให้ความรู้โดยการทำรูปใส่รายละเอียด รณรงค์การเลี้ยงที่ถูกต้องให้คนที่ยังไม่รู้



ภาพจากเพจ
https://www.facebook.com/TinyPet


























แต่ก็เป็นเรื่องของโลกมนุษย์สายแช้ทอันแสนปกติ ที่จะกลายเป็นเรื่องน่ารำคาญแลดูเวิ่นเว้อโลกสวยงาม เกินไป

ผู้เขียนชอบประโยคทองของคนๆ หนึ่งมาก "แดก ๆ ไปเหอะ ไม่ตายหรอก งมงามที่บ้านบึกทุกตัว"

มันสะท้อนถึงพฤติกรรม การรับรู้ และประสบการณ์ในการเลี้ยงที่ไม่เคยมีการค้นคว้าหาคำตอบสะท้อนภาพออกมาเป็นคำพูด และแสดงออกให้คนอื่นรับรู้

การเลี้ยงแบบข้า(คิดเอา)เองนี่แหล่ะคือดีที่สุด......

มันจริงครับที่แต่ละคนเลือกที่จะใช้เวลา กำลังกาย ความทุ่มเท ทรัพย์สิน ลงทุนเลี้ยง ในรูปแบบที่ต่างกัน  ผู้เขียนไม่ได้ต้องการจะบอกว่า คุณต้องรวย แล้วคุณจะต้องซื้อแต่พรีเมี่ยมให้บุตรคนโปรดของคุณ หรือถ้าไม่มีตังก็กินอาหารแมวไปละกัน แต่เรากำลังพูดกันถึงการใส่ใจกับอีกชีวิตหนึ่ง ซึ่งมันสั้นมากๆ บนโลกใบนี้อาหารดีๆ ปริมาณไม่มากสำหรับหนูสักคู่หนึ่ง

มูลค่ามันคงไม่ได้มากมายไปกว่าอะไรในชีวิตของคุณสักเท่าไหร่

เลี้ยงเขาดี เกิดมาไม่เสียชาติหนูให้เพื่อนที่แฮมส์แลนด์มาปรามาสได้ว่า


 "เอ็งเป็นหนูประสาอะไรกินอาหารแมวจนเค็มตาย!!"










วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

โอ้ยน่ารัก ไม่ไหวแล้วไปซื้อหนูดีกว่า!!!!

เคยไปสวนจตุจักรกันบ้างหรือเปล่า
เชื่อว่าคนที่หลงมาอ่านเกินครึ่งให้ค่อนเลยต้องเคยไปและค่อนกลุ่มนั่นทั้งหมดต้องเคยไปเดินโซนสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะด้วยโดนลากไป หรือหลง หรือใจสั่งมา อะไรก็แล้วแต่
กรณีที่บ้านยังเป็นศูนย์เรื่องสัตว์เลี้ยง คือไม่ไ้ด้มีอะไรเฝ้ารอเราตอนกลับ กระดิกหาง แอบซุ่มกระโจนตะปบหน้า (โหดไปไหม) ก็ถือว่า โซนสัตว์เลี้ยงนี่คือแหล่งจุดประกายที่สำคัญแหล่งหนึ่งเลย
หลายคนเดินไป ชมไพร หมา กระต่าย แลปลา เพลิดเพลินได้ระยะหนึ่งก็จะเริ่มมีอาการ
มือสั่น ใจสั่น อยากจะัควักกระเป๋า หิ้วสิ่งมีชิวตกลับบ้านไปด้วยอันเนื่องมาจาก
พิษของความน่ารัก ที่พ่นใส่ตา และหัวใจ ให้รู้สึกแตกต่างกันไปตามแต่ความชอบส่วนตัว

ผู้เขียนไปสวนจตุจักรค่อนข้างจะบ่อย คือแทบทุกอาทิตย์ถ้าไม่มีอะไรติดขัด ยังไงก็จะแวะไปเดินเล่น
กินข้าว หรือซื้อของใช้ให้บรรดามินิซูที่บ้าน ก็มักจะพบกับ บรรดาผู้เลี้ยง ที่มีทั้งมือเก่า และมือใหม่
แวะเวียนกันมาแบ่งสตางค์ให้คนขายไปใช้ ตามแต่จะยั้งใจได้มากน้อย ยั้งทันก็หมดน้อยหน่อย
ยั้งไม่ทัน ก็ค่ารถกลับบ้านพร้อมน้ำตา  ........

ด้วยความที่เดินจนรู้จักแหล่งและร้านขาย จะเป็นหนู ที่ฮิต ๆ ก็ร้านลุงจวน ร้านแมว ร้านขายอุปกรณ์ ก็มีร้านแป้บช้อป ร้านนริศ ฯลฯ ซึ่งจะขอเล่าให้ในโอกาสต่อไป 

พบว่ามีของใช้ แลอุปกรณ์สำหรับหนูขายอยู่หลายร้าน มากชนิดหลายแบบวาไรตี้ เหลือเกิน
ซึ่งเชื่อได้เลย ถ้าคุณไปเดินครั้งแรกแล้วต้องการจะซื้อโรเดนท์(Rodent ชื่อเรียกสัตว์ตระกูลฟันแทะทั้งหมด)สักคู่ มาเลี้ยง 
สิ่งที่ต้องตามมาเลยก็คือ  จะเลี้ยงในอะไร? 

ห้องน้ำ?  ไม่ใช่แมลงสาบ
หลังบ้าน? นั่นมันหมา 
กรง? พอไหว  
ตู้ปลา ? ก็ดี  
กล่องเพาะ? เหมาะสม

ในทีแรกเริ่มที่ต้องชะตากับแฮมส์เตอร์นั้น ยังไม่มีความรู้อะไรประดับหยักสมองเลยทั้งสิ้น
พบเจอ แฮมส์เตอร์ โรโบรอฟสกี้อิสเบล (Roborovskii Issabel) ก็ยังไม่รู้จักเลยว่ามันคือหนูอะไร

สิ่งแรกที่ผมทำเลยคือ ถาม !  ถามเอาจากคนขายนี่ละ ว่ามันคือหนูอะไร กินอยู่ยังไง  
คำตอบอย่างหนึ่งที่มักได้รับ ซึ่งผู้เลี้ยงมือใหม่ จะโดนก็คือ หนูแฮมส์เตอร์ เลี้ยงง่าย กินง่าย 
ออกลูกง่าย แต่ทุกคำตอบไม่มีรายละเอียดอะไรที่มากกว่า หนูแฮมส์เตอร์ เลี้ยงง่าย กินง่าย

ซึ่งมันไม่ช่วยอะไรเลย..............หนำซ้ำ บางร้านก็อยากขายจนแนะนำเรื่องที่ไม่ควร เพราะเห็นว่า
คนซื้อไม่รู้ เช่น การขายหนู ซีเรียนหรือไจแอนท์ ไปพร้อมกับ แฮมส์เตอร์แคระ โดยบอกว่าเลี้ยงรวมกันได้ ซึ่งก็เคยเจอมาแล้ว 

ยั้งใจตัวเองไม่ให้ซื้อเนื่องจากไม่รู้เรื่องอะไรเลยของเขา 
เพราะงั้นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเริ่มต้น ก็คือ ไปหาความรู้มาก่อน   
และจุดมุ่งหมายที่ผู้เขียนเอง ตั้งใจเป็นที่สุดสำหรับการเขียนบทความเ้หล่านี้ 
ไม่รู้ก็รู้ได้  แค่ต้องให้เวลาและเรียนรู้ใส่ใจกับเขามากสักนิด

เพราะมักจะบอกเอาไว้ในเฟซเสมอว่า 
เราคือผู้ที่กุมชีวิตของพวกเขาเอาไว้ คนที่จะกำหนดให้ชีวิตในอีก2-3ปีอันแสนสั้น หลังจากนี้
จะว่าสั้นก็สั้น จะว่ายาวก็ยาว เรารับเขามาแล้ว  
ความรับผืดชอบนั่นสำคัญที่สุด ใช่ว่าเพราะราคาถูกแล้วคุณค่าของชีวิตเล็กๆ 
มันจะลดคุณค่าลงไปเสียเมื่อไหร่........




โรโบตัวแรกที่รับมาเป็นบุตรขณะกำลังรับทานบวบ

สังเกตว่าในถ้วยจะมีแต่เมล็ดทานตะวัน 
เนื่องจากความด้อยปัญญาของผู้เขียนเอง
ซึ่งยังไม่ทราบเรื่องของโภชนาการสำหรับสัตว์เล็ก
ก็ให้เขากินแต่ีที่ชอบ ซึ่งผิดมหันต์


วันพุธที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2556

My Mongolian Gerbil

เมื่อไม่นานมานี้่เอง ผู้เขียนหลังจากได้เริ่มเลี้ยงหนูอย่างจริงจังมาระยะเวลาหนึ่ง ก็ได้รับการแนะนำให้รู้จักกับ Rodent อีกสายพันธุ์ ที่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักและนิยมเลี้ยงกันมากนัก แต่ก็ได้ทราบว่าพวกเขาเข้ามาอยู่อาศัยในประเทศไทยมานานแล้ว แต่ไม่ใช่ฐานะเหมือนกันกับ ซีเรียนแอ้น หรือ แฮมเตอร์แคระ แต่อย่างใด....ขอแนะนำให้รู้จักกับเพื่อนใหม่ ที่ถ้าได้ลองรู้จักเลี้ยงเขาแล้วจะหลงรักในพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากหนูอื่นๆ ...... มองโกเลียน เจอร์บิล

ถิ่นกำเนิดพวกเขาข้ามน้ำข้ามทะเลมาจากเขตภูเขา ทะเลทรายของประเทศมองโกเลีย 
รูปร่างขนาดใหญ่กว่า แฮมแคระ แต่เล็กและเพรียวกว่า ซีเรียนไจแอนท์ น้ำหนักขนาดโตเต็มที่ ปกติอยู่ที่ประมาณ 180 - 200 กรัม มีขาหลังที่ใหญ่กว่าขาหน้าเอาไว้สำหรับวิ่งไวว่องหนีศัตรูตามธรรมชาติ คืองู และนก  ช่วงหางมีความยาวใช้สำหรับทรงตัวในการวิ่งและปีนป่าย ทำให้ค่อนข้างเปรียว และอยู่ไม่นิ่ง 


เจอร์บิลสีขาวตาแดง Red Eyed White -REW
(สีตาของเจอร์บิลจะไม่แดงเหมือนกับ Winterwhite Hamster แต่จะออกชมพูมากกว่า ดูแล้วโหดน้อยหน่อยสำหรับ คนที่ไม่ชอบหนูตาแดง)








ฟันของเจอร์บิลเป็นฟันชุดเดียว (monophyodont) คือติดตัวมาแต่เกิดและงอกยาวออกมาตลอดทั้งชีวิตแบบเดียวกันกับเล็บของคน ซึ่งเหมือนกับแฮมส์เตอร์แคระ และซีเรียน เช่นเดียวกัน แต่พบว่า 
เจอร์บิลจะเมามันส์กับการแทะและเคี้ยว (Chewing) มากกว่าเพื่อน กล่าวคือ จะแทะและแทะ และแทะแทะแทะ ทุกสิ่งอย่างที่สามารถ ผู้เขียนเลือกจะใส่บ้านที่ทำจากไม้ให้ ก็พบว่าบ้านนั้น ถูกเลาะผนังออกไปในระยะเวลาไม่นาน...




ก้อนแคลเซี่ยมนกสี่เหลี่ยมลูกบาศ์ก
กลายสภาพเป็นก้อนกลม
ด้วยการลับฟัน






ถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาตินั้นจะอยู่เป็นฝูงขนาดใหญ่รวมกัน ขุดหลุมหลบร้อนในตอนกลางวันและหากินกลางคืน ทำให้เมื่อกลายมาเป็นสัตว์เลี้ยง จะมีพฤติกรรมในการขุดโพรง และตะกุยพื้น เป็นกิจกรรมหลัก
ทำให้การจัดพื้นที่เลี้ยงนั้นค่อนข้างจะแตกต่างไปจากหนูอื่นๆ กล่าวคือ จำเป็นต้องใส่วัสดุรองพื้น (Bedding) ชนิดที่เหมาะสมและปริมาณที่มากกว่า เพื่อสนองอารมณ์ในการขุดคุ้ย ให้ได้ใส่กันเต็มเหนี่ยวไม่ต้องยั้ง จับมือเขาดูขาหน้าจะพบว่า เล็บยาวแหลมมากก็เพื่อการนี้ล่ะ



ตัวอย่างกรงสำหรับเลี้ยงเจอร์บิลในต่างประเทศ
เรียกว่า เจอร์บิลาเรี่ยม Gerbilarium
คือด้านบนจะเป็นกรงตะแกรงแบบปกติ แต่ด้านล่างจะเป็นเหมือนกล่องเพาะคือ เป็นกล่องใสก้นลึก เอาไว้ใส่ Bedding เยอะ ๆ สำหรับให้ขุดและทำโพรงกันตามอัธยาศัย....      











ตู้เลี้ยงของผู้เขียนเองใช้ตู้ปลาขนาด 24"
รองพื้นหนาๆ











สุขภาพและการดูแล 
เนื่องจากเป็นสัตว์ที่พื้นถิ่นมาจากภูเขาแห้งและทะเลทรายอากาศร้อน จึงไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเจอร์บิลนัก ร่างกายบึกบึน แข็งแรงจากการวิ่งออกกำลังกาย ทำให้ค่อนข้างจะอึดกว่าใคร จึงไม่จำเป็นต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษมากนัก เพียงแต่ต้องจัดสภาพแวดล้อมที่อาศัยให้เหมาะสม มีหลอดน้ำสะอาด และพื้นที่โปร่งในการวางกรง หรือตู้เลี้ยง อาหารสะอาด เสริมด้วยวิตามินพิเศษบางโอกาส ก็เพียงพอแล้ว


ลักษณะนิสัย 
เจอร์บิลนั้นแตกต่างจากเพื่อนร่วมรุ่นอื่นชัดเจนอย่างนึงเลย คือการรวมฝูงแบบพึ่งพาอาศัยกัน โดยจะต่างจาก ไจแอนท์ที่รักสันโดษและจะพบกันเฉพาะในช่วงผสมเท่านั้น และพวกเขาจะจดจำสมาชิกกันได้ผ่านทางกลิ่นทำให้เจอร์บิลนั้นสามารถเลี้ยงรวมกันหลายๆ ตัวได้ใน ตู้เดียว ซึ่งถ้านำมาเข้าฝูงกันแต่เด็กก็จะไม่กัดกันและอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ต้องเทียบกรง  



ครอบครัวเจอร์บิลคลอดบุตร โดยมีตัวเมีย(่ป้า)ที่เป็นแท้งค์เมท ช่วยดูแลลูก 
สามารถเลี้ยงรวมกันโดยไม่ต้องแยกตัวอื่นออกโดยไม่มีปัญหาเรื่องป้าจะรับทานเด็ก

เหมาะกับใคร?
เจอร์บิลนั้นถึงจะฟันแหลมแทะแหลกราญ แต่กลับแทบจะไม่กัดเลยในสภาพปกติ ไม่ต้องวัดใจแหย่มือโดยลุ้นว่าจะงับติดนิ้วเลือดซิบขึ้นมาหรือไม่ เพราะตามธรรมชาติแล้วเขาเป็นสัตว์ที่ไม่ก้าวร้าว (Non-Agressive) มีพฤติกรรมอยากรู้อยากเห็น นั่นคือจุดขาย คือร่าเริงพลังสูงโดยวิสัย มีการเล่นกันแบบที่เรียกว่า่ต่อยมวย นึกภาพจิงโจ้สู้กัน ก็แบบนั้นล่ะครับ Gerbil Boxing 

ด้วยความเชื่องบวกวิสัยขี้สงสัยและความฉลาดของพวกเขาสามารถฝึกให้ทำอะไรเจ๋งๆได้หลายอย่าง ...ยกเว้นไปจ่ายตลาดแทน.. -___-"  ทำให้ในต่างประเทศนั้น ค่อนข้างจะนิยมเลี้ยงเจอร์บิลเป็นสัตว์เลี้ยงยอดฮิตมาก แต่ในประเทศเราเองอย่างที่เล่าไว้ในตอนแรก

พวกเขาถูกเลี้ยงเอาไว้เป็น" หนูเหยื่อ "ยอดนิยม ที่นักเลี้ยง Exotic pet ถึงกับพูดว่า งูตัวไหนที่ได้กิน เจอร์บิลเข้าไป งูตัวนั้นจะลืมรสชาติของเหยื่ออื่นทั้งมวล ?? อร่อยขนาดนั้นเลย?? 

ณ ตอนนี้ หลายๆ คนคงเคยเห็นพวกเขาผ่านตามาบ้างแล้ว เพราะกระแสการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงนั้นกำลังมา ดูจากการที่ร้านขายหนูหลายร้านในสวนจตุจักรเริ่มเพาะเลี้ยงและมีการรับมาขายอย่างจริงจัง แต่กระนั้น นั่งดู หรือฟังเขาพูด มันก็เท่านั้น 
อย่ากระนั้นเลย ดั่งสุภาษิตที่ใครคนนึงเคยกล่าวไว้ว่า 

"สิบตาดูไม่เท่าโดนหนูแทะมือ"   

ต้องลองพาพวกเขาเข้าบ้านดูสักคู่สองคู่ .....รู้จักแล้วจะรักพวกเขามากขึ้นนะ....






25 เมษายน 2556











Gerbil are in da house !!!



เราจำได้ว่า เมื่อประมาณ หนึ่งปีก่อน ในสุดสัปดาห์ที่ กิจวัตรประจำวันหยุด

ก็คือการได้ไปเดินทอดหุ่ยและชื่นชม หมู่มิตรสิ่งมีชีวิตหลากรูปหลายลักษณ์สารพัน

เท่าที่พอจะตัดส่วนของเวลา หลายชั่วโมงให้หมดไป.....อย่างที่ไม่เคยจะย้อนเสียดาย

ในตอนนั้น เรากำลังเริ่มต้นเลี้ยงปลาและ้ต้นไม้น้ำ แบบ อะควาเรี่ยมแทงค์

ซึ่งเป็นอะไรที่ต้องใช้ความรู้และความเข้าใจประกอบร่วมอยู่ด้วยเป็นอันมาก

การอ่านหนังสือจากหลายแหล่ง เว็บเอควาเรียมที่เป็นเหมือนอวาร์ืทาร์แห่งสัตว์น้ำ

ซึ่งแม้จะผ่านมาระยะหนึี่ง ก็ยังเข้าใจได้ว่า โลกของปลาก็คือห้องสมุดใต้น้ำสำหรับเรา

ยังมีอะไรอีกหลายอย่างและมากมาย ให้ว่ายไปเปิด ไปค้น ลึกล้ำ และยิ่งเข้าถึง ก็ยิ่งอยากรู้

เลยถือโอกาสนี้ ลองเล่าสิ่งที่พบเจอในน้ำหลังตู้กระสกใสทรงเหลี่ยม บันทึกเอาไว้

สำหรับใครก็ได้ที่มีความสนใจและว่างพอ ที่จะมาร่วมตีกรรเชียงไปด้วยกัน

และสำหรับตัวเองในวันที่เนิ่นนานไปหลังจากนี้ เมื่อย้อนมาอ่าน ก็ถวิลระลึกย้อนไปได้ว่า

ณ ใน ห้วงเวลานั้น  ใครคือ เรา แปลกหรือแตกต่างไปอย่างไร......